เนชั่นทีวี

ข่าว

แรงงานชง ครม.เคาะของขวัญปีใหม่ผู้ประกันตน

15 ธ.ค. 2563 | SIRIWAN_SIR

แรงงานชง ครม.เคาะของขวัญปีใหม่ผู้ประกันตน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสุขาติ ชมกลิ่น ระบุ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ กระทรวงฯจะเสนอให้ที่ประชุมอนุมัติมาตรการของขวัญปีใหม่ โดยขยายเวลาการลดเงินสมทบประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากปกติฝ่ายละ 5% เหลือฝ่ายละ 3% ของค่าจ้างผู้ประกันตน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ซึ่งรวมวงเงินที่ไม่ต้องสมทบให้กองทุนประกันสังคมรวมเป็นเงินประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่องจากมาตรการการลดเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตน หลังการระบาดของโรคโควิด-19 โดยลดการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากปกติฝ่ายละ 5% เหลือฝ่ายละ 2% ของค่าจ้างผู้ประกันตนซึ่งมาตรการดังกล่าวสิ้นสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คิดเป็นเงินช่วยเหลือสภาพคล่องที่ช่วยผู้ประกันตนไปแล้ว 2.4 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีของขวัญปีใหม่ที่ให้ผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคม มาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีบุตรอายุ 0-6 ปี มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มอีก 200 บาทต่อเดือนเป็น 800 บาทต่อเดือน จากเดิมได้รับ 600 บาทต่อเดือน ต่อบุตร 1 คน โดยจะใช้เงินกองทุนประกันสังคมเพิ่มเป็นประมาณ 3,400 ล้านบาทต่อปี และยังขออนุมัติให้เพิ่มเงินค่าคลอดบุตรจากเดิมได้รับ 13,000 บาท ปรับเพิ่มเป็น 15,000 บาทด้วย
"ของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงแรงงานจะมอบให้ผู้ประกันตน เป็นการลดเงินสมทบหลังจากมาตรการโควิดสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายนผู้ประกันตนจะจ่ายเต็ม หรือ 750 บาทต่อเดือน ในเดือนธันวาคมนี้เดือนเดียว ส่วนเดือนมกราคมถึงมีนาคม ผู้ประกันตนจะจ่ายเงินสมทบเพียง 3% หรือประมาณ 450 บาท ถือว่า 300 บาทต่อเดือนที่ไม่ต้องจ่ายสมทบประกันสังคม ผู้ประกันตนจะได้นำไปใช้ซื้อสินค้าอื่นๆได้ ส่วนเรื่องของมาตรการงบค่าเลี้ยงดูลูกผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 200 บาทต่อคนเป็น 800 บาทต่อคน จากเดิม 600 บาทต่อคน ไปจนถึงลูกผู้ประกันตนอายุ 6 ขวบ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกันตนที่มีลูก"
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการจ้างงานเด็กจบใหม่ดำเนินโครงการรัฐช่วยจ่าย เอกชนช่วยจ่าย จ่ายคนละครึ่ง โดยรัฐจะจ่ายโดยตรงเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยของเด็บจบใหม่ที่ได้งานทำในโครงการนี้ ตามที่มีการระบุไว้ในการลงทะเบียน ซึ่งมีการจำหนดระยะเวลาโครงการไว้ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. - 30 ก.ย. 2564 เป้าหมาย 2.6 แสนอัตรา ขณะนี้มีการจ้างงานเพียง 1 หมื่นอัตรา ดังนั้นเตรียมหารือกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม(สศช.) เพื่อปรับปรุงระเบียบการจ้างงาน เพื่อดยกเงินช่วยเหลือและสร้างงานให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อไป

ข่าวล่าสุด