กุลยา ตันติเตมิท โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีนี้อย่างชัดเจน โดยเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท และโครงการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม วงเงิน 2.1 หมื่นล้านบาท รวมกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มีเม็ดเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ และช่วยให้ GDP ปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.2%
กระทรวงการคลังเตรียมปรับประมาณ GDP ของไทยในปี 2564 ใหม่โดยมีแนวโน้มปรับลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.5% เป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ปรับตัวดีขึ้นจากที่คาด หลังจากที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศตัวเลข GDP ในไตรมาส 3/2563 ลดลง -6.4% ซึ่งดีกว่าที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้มาก ทำให้เชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะขยายตัวได้ดีกว่าที่กระทรวงการคลังเคยคาดการณ์ว่าจะลดลงมากถึง -7.7%
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ภาคบริการของไทยว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อใด หลังจากไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทย และนโยบายการเงินการคลังของสหรัฐใหม่ ว่าจะเป็นอย่างไร รวมทั้งสถานการณ์การเมืองในไทย ที่แม้มองว่าขณะนี้ไม่ได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีนัยมากนักก็ตาม
สำหรับโครงการคนละครึ่งในระยะที่ 2 พร้อมเปิดรับลงทะเบียนสำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการพิ่มเติมอีก 5 ล้านคน ในวันพุธที่ 16 ธ.ค.นี้ โดยคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนจะต้องป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่ใช่ผู้มีบัตรสวัสติกรแห่รัฐ โดยระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วลา 06.00 น.- 23. 00 น. จนกว่าจะครบ 5 ล้านสิทธิ
โดยผู้ที่ถูกตัดสิทธิจากการไม่ใช้สิทธิมาตรการคนละครึ่งระยะแรกสามารถลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟสที่ 2 ได้ สำหรับผู้ได้รับสิทธิโครงกรคนละครึ่งกลุ่มเดิมสามารถกดปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน"เป้าตัง" ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป
การลงทะเบียนข้าร่วมโครการนี้มีขั้นตอนเช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่งระยะแรก คือ 1.ลงทะเบียนผ่านเว็บไขต์ www.คนละครึ่ง.com โดยกรอกข้อมูลชื่อ-สกุล เลขบัตรประจำตัวประขาชน รหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนเกิด และเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดตั้งแอปพลิดชัน"เป้าตัง" 2.รอรับ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน และ3.ติดตั้งแอปพลิดชัน"เป้าตัง"และยืนยันตัวตน
เมื่อดำเนินการครบก็สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน"ถุงเงิน"ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อรับสิทธิเงินร่วมจ่ายจากรัฐ 50% แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวันหรือไม่เกิน 3,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 2564 ระหว่างเวลา 06.00 น - 23.00 น. ซึ่งผู้ได้รับสิทธิจะต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เบิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก
สำหรับผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งกลุ่มเดิมสามารถกดปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 ในแอปพลิดชัน "เป๋าตัง" โดยจะใช้จ่ายวงเงิน 3,000 บาทเดิม ได้จนถึงวันที่ 31 มี.ค.2564 และใช้จ่ายวงงินเพิ่มอีก 500 บาท ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 2564 ซึ่งปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 จะปรากฏเตือนบนหน้าแอปพลิเคชันทุกครั้งจนกว่าผู้ได้รับสิทธิเดิมจะกดยืนยันรับสิทธิและปุ่มดังกล่าวจะไม่มีวันหมดอายุ หากไม่กดยืนยันสิทธิก็จะไม่ได้รับเงินเพิ่มดังกล่าวทั้งนี้ ขอย้ำว่าผู้ใช้สิทธิดรงการคนละครึ่งระยะแรกและระยะที่ 2 จะไม่สามารถใช้สิทธิมาตรการช้อปดีมีคืได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่จำแนกกลุ่มเป้าหมายของโครงการและมาตรการต่างๆไว้อย่างซัดเจนไม่ให้ซ้ำซ้อนลักลั่นกัน
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้ายังคงสมัครเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งด้วยนั้น ขอเรียนว่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายสินค้า ขณะที่ การใช้บริการรถแท็กซี่นั้น ถือเป็นการบริการ ไม่ใช่สินค้า ดังนั้น จึงไม่ตรงวัตถุประสงค์ของโครงการ
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 13 ธ.ค.2563 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 9.7 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 9.53 ล้านคน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 4.33 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงินที่ประชาชนจ่าย 2.2 หมื่นล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 2.11 หมื่นล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช ตามลำดับ
ด้านผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ยืนยันว่า ได้เตรียมพร้อมระบบไอทีเพื่อรองรับการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 โดยสามารถลงทะเบียนได้จำนวน 5 แสนคนต่อนาที โดยได้เพิ่มผู้ให้บริการโครงข่ายจาก 1 รายเป็น 2 ราย เพื่อให้การส่ง OTP รวดเร็วขึ้น