โดยลูกหนี้ที่ยื่นร้องศูนย์ดำรงธรรมฯเมื่อวานนี้(14 ธค.) มีคนอยู่อำเภอบ้านแพง 6 ราย นาทม 2 ราย(จังหวัดนครพนม) บึงโขงหลง 10 ราย เซกา 2 ราย (จังหวัดบึงกาฬ)และบ้านม่วง (จังหวัดสกลนคร) 1 ราย รวมทั้งสิ้น 19 ราย และจะขอสอบปากคำผู้ร้อง เพื่อดำเนินการและขยายผล ว่า มีข้อมูลที่ให้นั้นยืนยันว่าเจ๊ปากแดงเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่อย่างไร
ด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.บ้านแพง กล่าวต่อว่า วันที่ไปนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่โรงพัก ไม่พบเอกสารด้านการกู้ยืมเงิน แต่พบอาวุธปืนจึงนำมาเป็นของกลางตามที่นายสกุลอ้างว่าถูกตบด้วยด้ามปืน หากการสอบสวนชัดเจนว่าเป็นอาวุธปืนที่อ้างจริง ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามขั้นตอน
หลังจากนั้นก็เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ซักถาม ก็มีนางนวย(นามสมมติ) ชาวอำเภอบึงโขงหลง สอบถามว่าตนกู้ยืมเงินจากเจ๊ปากแดง จำนวน 10,000 บาท ตั้งแต่ปี 2559 ส่งดอกลอยวันละ 200 บาท จนถึงปี 2563 ก็ส่งทั้งต้นและดอกจนครบ แต่เจ๊ปากแดงยังไม่พอใจ จะขอดอกเพิ่มอีก 8,000 บาท ตนไม่ยอมจ่ายเพราะส่งเฉพาะดอกอย่างเดียวเป็นเงิน 292,000 บาท แต่พอเจอหน้าลูกน้องเจ๊ปากแดงที่ไหนก็จะถูกทวงถามตลอด