ทั้งนี้ในอดีตช่วงศึกสงคราม กองทัพพม่าโจมตีเมืองพิชัย ชาวพิชัยได้จัดเตรียมเสบียงให้ทหารที่ออกรบ ด้วยการรวมรวมข้าวเหนียว เผาเป็นข้าวหลาม เพราะเก็บได้นานหลายวัน เป็นเสบียงให้กองทัพจนรับชัยชนะ เป็นเมืองพิชัย จนถึงปัจจุบัน และกลายเป็น "ข้าวหลามสู้ศึก" ในอดีต มาสู่ปัจจุบัน เป็น "ข้าวหลามเพื่อน้อง" โดยโรงเรียนได้แบ่งข้าวเหนียวใหม่ 200 กิโลกรัม สมทบกับข้าวเหนียวของผู้ปกครองอีก 100 กิโลกรัม นำนักเรียนสายชั้น ป.4-6 ได้ร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม เรียนรู้คุณค่าของข้าว และเรียนรู้วิธีการทำข้าวหลามทุกขั้นตอน จากผู้ปกครองและผู้สูงอายุ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การลงมือทำ ซึ่งข้าวเหนียว 300 กิโลกรัม ทำเป็นข้าวหลาม 1500 กระบอก เผาเป็นข้าวหลาม ชั่งน้ำหนักรวมได้ประมาณ 500 กิโลกรัม ได้จัดจำหน่ายให้ผู้สนใจ กิโลกรัมละ 100 บาท จึงทุนสมทบเข้ากองทุนอาหารเช้า อาหารกลางวันของนักเรียน 50,000 บาท
ผอ.โรงเรียนบ้านปากคลอง กล่าวว่า ข้าวหลามของโรงเรียนบ้านปากคลอง เน้นสะอาด หอมข้าวใหม่และกะทิที่คั้นสดๆ ข้าว ถั่วจะแช่น้ำ 24 ชั่วโมง ปิดจุกข้าวหลามด้วยใบตอง วิธีการเผาจะใช้ความร้อนจากกองไฟ เพื่อให้ข้าวสุกทั่วถึง ไม่ให้โดยไฟโดยตรงเพราะข้าวหลามจะไหม้ เป็นข้าวหลามไส้ถั่วแดงและเผือกผสมกันมน 1 กระบอก