อย่างไรก็ตาม การประเมินโครงการจะต้องทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือนเม.ย.2564 ซึ่งเป็นช่วงที่นิสิต นักศึกษา จบการศึกษาในชั้นปริญญาตรีและออกมาสู่ตลาดแรงงานอีกค่อนข้างมาก โดยในช่วงนั้นอาจมีนายจ้างที่ต้องการมาใช้โครงการนี้ในการช่วยจ้างงานนักศึกษาจบใหม่เพิ่มขึ้น โดยหลังจากนั้นเมื่อทราบจำนวนที่แน่นอนแล้วจะหารือกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสศช.ในการขอปรับเปลี่ยนงบประมาณที่เหลือในโครงการนี้ไปใช้กับแรงงานในภาคการท่องเที่ยวโดยอาจทำเป็นโครงการช่วยเหลือแรงงานภาคท่องเที่ยวระยะสั้นหรือการปรับและพัฒนาทักษะแรงงานในภาคการท่องเที่ยวได้
สาเหตุที่โครงการฯนี้ ได้รับการตอบรับน้อย ได้แก่ 1.เศรษฐกิจในภาพรวมเริ่มปรับตัวดีขึ้น บริษัทขนาดใหญ่โดยเฉพาะบริษัทที่ทำอุตสาหกรรมการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ ฟื้นตัวได้ดีมากบริษัทเหล่านี้มีการจ้างงานไปยังบริษัทอื่นๆต่อเนื่อง ทำให้การจ้างงานเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติหลายบริษัทจึงกลับไปจ้างแรงงานแบบปกติคือไม่ใช้รูปแบบสัญญาระยะสั้น ขณะที่โครงการนี้รัฐจะช่วยค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือนเพียง 1 ปี เท่านั้นจึงไม่สอดคล้องกับรูปแบบการจ้างงานของเอกชนทั่วไป เห็นได้จาก JOB EXPO THAILAND 2020 ที่รัฐบาลมีเป้าหมายสร้างงานใหม่ 1 ล้านตำแหน่ง พบว่า มีผู้มาร่วมงานจำนวนมากกว่า 1.8 ล้านคน แต่ในจำนวนนี้มีบริษัทที่มาขอเข้าโครงการให้รัฐช่วยจ่ายเงินเดือนเพียงแค่ 2,000 อัตราเท่านั้น
และ 2.โครงการจ้างงานที่รัฐช่วยจ่ายคนละครึ่งเป็นโครงการที่อาจจะเหมาะสมกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่า แต่ผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอียังไม่ได้มีความต้องการที่จะจ้างแรงงานเพิ่มเติมมากนักในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวในช่วงนี้ " กำลังคิดว่าจะขอปรับโครงการนี้ไปใช้กับภาคการท่องเที่ยวเป็นหลักเพราะปีหน้าธุรกิจท่องเที่ยวก็ยังได้รับผลกระทบแรงงานของภาคการท่องเที่ยวควรได้รับการช่วยเหลือมากกว่าภาคส่วนอื่นๆ"