น.ส.สายฝน ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ในขณะที่ตนขี่รถ จยย.เพื่อมาส่งอาหารที่ร้านรู มาตาม ถ.วัฒนานุวงศ์ และเลี้ยวซ้ายเข้าซอยกิจขยัน เพื่อเป็นเส้นทางลัดไป ถ.อุดรดุษฎี เพื่อจะไปส่งอาหาร ก่อนถึงแยกไฟแดงที่ปากซอยฝั่ง ถ.อุดรดุษฎี ประมาณ 200 เมตร ซึ่งเป็นช่วงบริเวณที่มืดไม่มีไฟส่องสว่าง คนร้ายเป็นชายรูปร่างรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อยืดคอกลมสีกรมท่า กางเกงขายาว ยืนอยู่ข้างรถ จยย.แบบหญิง ที่จอดฝั่งตรงข้ามที่ตนขี่ไปทางปากซอย ได้เดินข้ามมาฝั่งที่ตนขี่รถออกไป ตนเห็นผิดสังเกตจึงขี่รถ จยย.ชิดทางซ้าย แต่คนร้ายใช้อะไรไม่ทราบในมือ มาทุบหรือกรีดแขนที่หัวไหล่ ในตอนนั้นตนยังไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บ ด้วยความกลัวจึงได้รีบขี่รถ จยย.เอาอาหารมาส่งลูกค้าที่ร้านรู พอมาถึงที่ร้านรู รู้สึกตัวว่าเจ็บที่หัวไหล่ขวา พนักงานที่ร้านมาดูให้ พบว่ามีรอยแผลคล้ายถูกมีดบาด ทำให้ทราบว่าตนเองถูกคนร้ายใช้มีดซึ่งไม่ทราบว่าเป็นมีดอะไร กรีดที่หัวไหล่
"หลังจากนั้นพนักงานของร้านจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ และไม่กี่นาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึง และนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งมีแผลไม่ใหญ่เย็บ 2 เข็ม และมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถึงตอนนี้แล้วยังไม่หายตกใจ กลัวว่าจะเป็นเหตุเหมือนไอ้คลั่งที่เพิ่งก่อเหตุกลางเมือง โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก" น.ส.สายฝนฯ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการพูดคุยสอบถามกับผู้เสียหาย ทราบว่าผู้เสียหายขับแกร็บเพื่อมาส่งอาหารจากทางตลาดยูดี แล้วมาตามเส้นทางลัดในซอยกิจขยัน ซึ่งเป็นซอยมืด แต่คนร้ายน่าจะไม่ทราบว่าคนขี่รถ จยย.แกร็บเป็นหญิงหรือชาย เพราะสวมหมวกกันน็อค ซึ่งไม่น่าจะใช่พฤติกรรมเลียนแบบจากเหตุที่ผ่านมา เพราะถ้าเป็นพฤติกรรมการเลียนแบบ ครั้งก่อนคนร้ายจะก่อเหตุกับคนที่อ่อนแอกว่าหรือผู้หญิง คนร่ายที่ก่อเหตุในวันนี้เราจึงคิดว่าไม่ใช่พฤติกรรมเลียนแบบ แต่การก่อเหตุครั้งนี้ คนร้ายอาจจะมีประสงค์อย่างอื่น ขอเวลาในการตรวจสอบหน่อย
"แม้ที่เกิดเหตุจะเป็นมุมมืด แต่ผู้เสียหายบอกว่า ในช่วงที่คนร้ายก่อเหตุ มีรถยนต์ที่มีแสงสว่างจากไฟหน้าขับเข้ามาในซอย ซึ่งบริเวณนั้นมีกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครอุดรธานีติดตั้งอยู่ และทางผู้เสียหายบอกเพียงว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชาย และช่วงที่เกิดเหตุไวมาก พรุ่งนี้เช้าจะต้องดูที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อความชัดเจน โดยขอดูรายละเอียดให้มากกว่านี้ก่อน สำหรับปลายมีดปอกผลไม้ ที่ตกในที่เกิดเหตุ ถ้าเป็นส่วนที่คนร้ายใช้จริง ถือเป็นวัตถุพยานสำคัญ ที่จะต้องให้ทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจสอบ เพื่อประกอบการสอบสวน" พ.ต.อ.อารี กล่าว