แต่ด้วยเหตุที่คนไทยยังไม่คุ้นเคยกับเพลงชาติเหมือนอย่างที่คนเก่าคนแก่คุ้นเคยกับการฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีในงานมหรสพต่างๆ จึงไม่ค่อยมีคนไทยในสมัยนั้นให้ความสนใจเพลงชาติเลยประกอบกับท่วงทำนองเพลงชาติก็ยังไม่ชินหู ทำให้สำนักงานโฆษณาการซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (ปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์)จึงได้มีจัดการหารือและประชุมกันเพื่อแก้ปัญหาคนไทยไม่รู้จักเพลงชาติโดยมีการลงมติให้มีการทำแผ่นเสียงเพลงชาติขึ้นซึ่งถือเป็นการบันทึกเสียงเพลงชาติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติสยามกันเลยทีเดียวและแผ่นเสียงเพลงชาตินี้ต้องส่งไปผลิตถึงประเทศเยอรมนี โดยบริษัทโอเดียน เรคคอร์ดโดยมีการบันทึกเสียงสองหน้า หน้าแรก เป็นเพลงชาติที่ประพันธ์บทร้องโดยขุนวิจิตรมาตราส่วนหน้าที่สอง เป็นเพลงชาติที่ประพันธ์บทร้องโดยนายฉันท์ ขำวิไล
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนไทยก็ควรร้องเพลงชาติด้วยบทร้องดังกล่าวนี้จนถึงปัจจุบันแต่เนื่องจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการประกาศนโยบายรัฐนิยม ฉบับที่ 1 ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศจากประเทศสยามเป็นประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 ทำให้บทร้องเพลงชาติซึ่งมีคำร้องว่า "สยาม" ได้รับผลกระทบไปด้วย ทำให้สำนักโฆษณาการ(ในขณะนั้น) ได้ประกาศให้มีการประกวดบทร้องเพลงชาติขึ้นใหม่อีกครั้ง
ซึ่งการประกวดบทร้องใหม่ในครั้งนี้ พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ได้ทดลองประพันธ์บทร้องเพื่อส่งเข้าประกวดในนามของกองทับบกและได้ทดลองร้องเพื่อให้สอดคล้องกับทำนองเพลงชาติของพระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) ซึ่งใช้เป็นทำนองหลักสำหรับเพลงชาติมาแต่ต้นโดยมีการแก้ไข ปรับปรุงเพื่อให้มีถ้อยคำกระชับและได้ใจความจนกระทั่งมีการส่งบทร้องใหม่นี้เข้าประกวดในนามของกองทัพบกซึ่งมีคณะรัฐมนตรีเป็นกรรมการตัดสินผลปรากฏว่าบทร้องเพลงชาติของกองทัพบกได้รับการคัดเลือกต่อมารัฐบาลได้ประกาศให้ใช้บทร้องเพลงชาตินี้อย่างเป็นทางการใน วันที่10 ธันวาคม พ.ศ. 2482 โดยให้ใช้ทำนอง (เดิม) ของพระเจนดุริยางค์ (ปิติวาทยะกร) และใช้ร้องเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ดังมีบทร้องดังนี้
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2562 รัฐบาลได้จัดทำวีดิทัศน์ประกอบเพลงชาติไทย (MV) เวอร์ชั่นแรกบนแผ่นดินรัชกาลที่ 10 และถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่วีดิทัศน์ประกอบเพลงชาติไทยได้ถูกนำเสนอด้วยความละเอียดสูงสุดถึงระดับ 4K โดยใช้ออกอากาศเพื่อให้คนไทยยืนตรงเคารพธงชาติในเวลาแปดโมงเช้า และหกโมงเย็นของทุกวัน