สดช.มีภารกิจจัดทำนโยบายด้านดิจิทัลเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล มีการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหาร และการให้บริการของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยีของประชาชน เพื่อให้ภารกิจของรัฐบาลเป็นไปตามเป้าหมายและบรรลุวัตถุประสงค์ ดังนั้น การจัดทำภาพฉายอนาคต โดยเน้นด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทย จะสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งเป็นการเตรียมการทั้งทางด้านนโยบายและด้านบุคลากรในภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้พร้อมกับทุกๆสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
ฉัตรชัย ศิริไลกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วิพากษ์การจัดทำภาพฉายอนาคต เพื่อคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอีก 10 ปี เราจะอยู่กันอย่างไร โดยตั้งข้อสังเกตถึงการพัฒนาดิจิตอลที่อาจจะนำมาสู่ต้นทุนที่แพงขึ้นของผู้บริโภค ว่าขณะนี้ สถาบันการเงินทุกแห่งได้ให้บริการธุรกรรมการเงินผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งก็ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในหลายแง่มุม แต่การพัฒนาการให้บริการผ่านระบบดิจิตอลต่างๆเพื่อให้เกิดความสะดวกมากขึ้นนั้น ถือเป็นต้นทุนที่แพงขึ้นเช่นกัน และเมื่อผู้บริโภคหรือประชาชนทุกคนหันมาใช้ ดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ ต้นทุนประชาชนจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งภาครัฐจะต้องเตรียมแผนรองรับ
ด้านรุ่งเรือง ทิพยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นิวแอสเซท แอดไวเซอร์รี่ จำกัด กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญและส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมหนัก อาทิ เคมีภัณฑ์ และ ปิโตเลียม รวมถึง อุตสาหกรรมใน new s-cruve ใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการผลิตในปัจจุบัน เพราะหากไม่ส่งเสริมจะส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้ทางการตลาดให้กับประเทศคู่แข่ง เช่น จีน เวียดนาม และมาเลเซีย ที่ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงไปมากกว่าไทยแล้ว
ขณะเดียวกัน ไทยควรมีสัดส่วนอุตสาหกรรมดิจิตอลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอย่างน้อย 5%สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและอย่างน้อย 10%หากรวมธุรกิจอีคอมเมิร์สไปด้วยที่ปัจจุบันไทยมีสัดส่วนดังกล่าวเพียง 3-4%เท่านั้น ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วมีสัดส่วนอุตสาหกรรมดิจิตอลต่อจีดีพีสูงถึง 10-30%