เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

08 ธ.ค. 2563 |

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" ธนพงษ์ ชัยประสพ นักธุรกิจ และเป็นพลเมืองดีขี่จักรยานยนต์ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่งไล่แทงเด็กและผู้หญิง เผยรู้สึกเจ็บปวดที่ดูแลลูกหลานชาวอุดรฯ ให้ไม่ได้

จากกรณีมีคลิปวีดีโอ พลเมืองดีช่วยจับนายอิทธิพล อิ่มผึ่ง อายุ 31 ปี ไอ้คลั่งไล่แทงเด็กและผู้หญิง ลงในเพจ "อุดรมีด่าน มีข่าว มีหมอลำ งานบุญ มีเหตุการณ์ต่างๆ บอกด้วย "  และมีคนเข้ามาแชร์และคอมเมนต์ขอบคุณและกำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยคลิปดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าร้านทีโมบายจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ถนนประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้เผยแพร่คลิปขณะคนร้ายได้ไล่แทงผู้หญิงและเด็ก ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าร้าน และมีพลเมืองดีขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตาม 4 คัน มีเฮียน้อย พนักงานเคอรี่ แกร๊ปฟู้ด และรถหนุ่มสาว ซึ่งมีพนักงานบริษัทเคอรี่ขี่รถจักรยานยนต์ประกบและถีบรถจักรยานยนต์เพื่อหยุดไอ้คลั่ง จนรถเสียหลักล้มลง แต่ไอ้คลั่งกระโดดออกจากรถถือมีดอาละวาดอยู่หน้าร้าน พลเมืองดีทั้ง 4 ได้ช่วยกันหาอาวุธไล่ต้อนไอ้คลั่งรอตำรวจมาจับกุมตัวได้ในที่สุด

วันที่ 8 ธันวาคม 2563  เวลา 13.00  น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายธนพงษ์ หรือเสี่ยน้อย ชัยประสพ อายุ 54 ปี นักธุรกิจชาวอุดรธานี ที่โลกออนไลน์ให้สมญาว่า "หนุ่มคราดเหล็ก" ในคลิปเหตุการณ์สกัด มือมีดคลั่งโหดไล่แทงชาวบ้านเสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 7 ให้สัมภาษณ์ที่บ้านพักว่า วันเกิดเหตุเป็นวันพ่อแห่งชาติ ลูกสาวคนโตโทรศัพท์มา บอกว่ากลับมาบ้านไม่ได้ มีแต่ลูกสาวคนเล็กกลับมา ก็คิดว่าจะต้องออกไปกินข้าวกับลูก จึงขี่ จักรยานยนต์เวสป้า ออกไปตัดผมที่ร้านถนนศรีชมชื่น ซึ่งตอนนั้นมีลูกค้ามีคิวรอตัดอยู่ จึงขี่ จยย.เลยไปซื้อตับหมูปิ้งมาให้สุนัข

" ขี่มาถึง 4 แยกหลังเรือนจำจุดแรกที่เกิดเหตุ เห็นเหตุการณ์นักเรียน 2 คนถูกแทง ตอนแรกดูไม่ออกว่าเหตุอะไร รถชนหรือทะเลาะกัน จนคนร้ายขี่ จยย.หนีออกไปสถานีตำรวจ เห็นที่มือซ้ายที่กำแฮนด์รถมีมีดโผล่ออกมา และเห็นภาพเด็กบาดเจ็บจับที่คอ ได้ขี่ จยย.ตามคนร้ายไปห่างๆ เมื่อคนร้ายเลี้ยวรถกลับมา ไม่เห็นเหตุทำร้ายที่หน้าร้านเรื่องของปู ก็วนรถขับตามไปจนมาถึง 4 แยกเดิม ไม่รู้ว่าคนร้ายไปทางไหน ได้ตะโกนถามคนแถวนั้นเขาก็บอกมา "

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

เสี่ยน้อย เล่าต่อว่า คิดว่าเราไม่มีอาวุธ ถ้าคนร้ายมาทำร้ายจะวิ่งหนี จึงขี่ไล่ตามผ่านมัสยิด ถนนศรีชมชื่น แต่ไม่เห็นคนถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ขี่ไปจนถึงสามแยก โรงเรียนบ้านหมากแข้ง ถนนอำเภอ เห็นคนร้ายไปทำร้ายเด็กเดินริมถนน จึงจอดรถวิ่งเข้าไปร้านรับซื้อของเก่า ไปคว้าเอาคราดเหล็กจากร้าน ใช้เป็นอาวุธไล่คนร้ายตามมาถนนศรีสุข ถึงวงเวียนอนุสาวรีย์กรมหลวง ประจักษ์ ขี่มาทางถนนสุรการ ซึ่งคนร้ายก่อเหตุแทงนักศึกษาผู้หญิง

ภาพนักศึกษาถูกทำร้าย นอนคว่ำหน้า เลือดไหลเต็มถนน รู้สึกโกรธมากจนทนไม่ไหว จะช่วยเขาได้ยังไง กลัวจะไปทำร้ายคนอื่นอีก จึงบีบแตรรถต่อเนื่อง ขี่ไล่ตามตะโกนเตือนไปด้วย ให้เขารู้ว่าไม่ได้ทะเลาะกัน แต่คนที่เราขี่ไล่เป็นฆาตกร คนร้ายขี่ไปในตลาดไทยอีสาน วนเวียนอยู่ในห้างเจริญศรีเก่า ผมก็ขี่ตามแต่รถขี่ได้ไม่เร็ว ก็เริ่มมีคนเข้ามาช่วยไล่ คันแรกเป็นน้องรู้จักกันมากับแฟน คนสวมหมวกกันน็อคสีขาว เขาจะขี่ไปชาร์ตคนร้ายได้ห้ามไว้ บอกคนร้ายมีอาวุธ " 

เสี่ยน้อย เล่าต่ออีกว่า คนร้ายขี่หนีไปถนนวัฒนา เข้ามายังซอยทางเกวียน หรือซอยเชิดสมบัติ)  ก็มีน้องเคอรี่ และแกร็บฟู๊ด เข้ามาช่วยไล่ตามคนร้าย กลัวว่าเขาจะเข้าไปชาร์ท ก็ตะโกนให้ระวังคนร้ายมีอาวุธ จนทะลุออกมาที่ถนนประจักษ์ คนร้ายเลี้ยวขี่มุ่งหน้าไปห้าแยกวุ่นวาย จนน้องเคอรี่ใช้เท้าถีบรถคนร้ายล้ม แต่น้องไม่มีอาวุธ ตนขี่ตามไปทันกำลังจอด คนร้ายจะเข้ามาทำร้าย จึงเอาคราดออกมาป้องกันตัว ไม่ได้เข้าไปชาร์ต เพื่อรอเวลาให้คนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วย

น้องแกร๊บฟู๊ดตามมาถึง มีมีดปลอกผลไม้มาด้วย ก็ช่วยกันคนร้ายไม่ให้หนี แต่ผมโกรธมากจนลืมตัว ขว้างคราดใส่คนร้าย เมื่อไม่มีอาวุธก็วิ่งหนี มาหยิบเอาพลั่วร้านวัสดุก่อสร้าง 2 อัน ไปให้น้องแกร็บฟู๊ด 1 อัน ไปช่วยน้องผู้หญิงกำลังถูกทำร้าย คนร้ายหนีไปจนถึงร้านขายยา มีอาสามูลนิธิเข้ามาช่วย ขอให้เขาไปดักด้านหน้า ไปกันคนออกกลัวถูกทำร้าย หรือถูกจับเป็นตัวประกัน ไม่นานตำรวจก็มา 2 นาย ผมบอกให้ยิงมันเลย แต่ตำรวจคงทำไม่ได้ เมื่อตำรวจมามาก มีคนมาช่วยมากขึ้น ผมก็ถอยกลับ "

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

นายธนพงษ์ หรือหรือเสี่ยน้อย เปิดเผยว่า หลังน้องเคอรี่ถีบรถคนร้ายล้ม เรามีสติก็คิดอยู่ว่าจะทำยังไง ให้ควบคุมสถานการณ์ไว้ให้ได้ ปากก็ต้องตะโกนเพื่อดึงดูดความสนใจคนร้าย ไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก กดดันคนร้ายเอาไว้ ประวิงเวลาเพื่อรอตำรวจ มาควบคุมสถานการณ์ พอสถานการณ์เริ่มควบคุมได้ ทบทวนอีกครั้งก็กลัวเหมือนกัน หน้ามืด เบาหวานก็ขึ้น แต่ก็คิดเป็นสงสารและเป็นห่วงผู้ประสบเหตุ ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นญาติพี่น้องเราหรือเปล่า

น้องเสียชีวิตเป็นนักเรียน-นักศึกษา มีคนบ้านอยู่ อ.หนองหาน รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน เราดูแลลูกหลานให้ไม่ได้ ต่อไปมาตรการต้องเยอะขึ้น น้องที่ร่วมในเหตุการณ์ผมนับถือน้ำใจมาก ถ้าน้องๆ ไม่เข้ามาช่วยสกัด ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ตอนนั้นได้ ปกติเป็นคนไม่เล่นโซเชี่ยล ไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่มีไลน์ ลูกสาวเอาคอมเม้นท์มาให้ดู พอได้อ่านก็น้ำตาไหล อยากขอบคุณทุกคน เราไม่ใช่ฮีโร่เราเป็นคนคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ ดีใจที่คนอุดรไม่ทิ้งกัน อยากเข้าไปกดไลค์ คอมเม้นต์ขอบคุณทุกท่าน แต่ผมไม่เล่นโซเชียล ขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง" เสี่ยน้อยกล่าวในที่สุด

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

ข่าวล่าสุด