เปิดใจ "เสี่ยน้อย" พลเมืองดีขี่ จยย.ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่ง

เปิดใจ "เสี่ยน้อย" ธนพงษ์ ชัยประสพ นักธุรกิจ และเป็นพลเมืองดีขี่จักรยานยนต์ไล่ตามล้อมจับไอ้คลั่งไล่แทงเด็กและผู้หญิง เผยรู้สึกเจ็บปวดที่ดูแลลูกหลานชาวอุดรฯ ให้ไม่ได้
ข่าว
วันที่ 8 ธันวาคม 2563 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายธนพงษ์ หรือเสี่ยน้อย ชัยประสพ อายุ 54 ปี นักธุรกิจชาวอุดรธานี ที่โลกออนไลน์ให้สมญาว่า "หนุ่มคราดเหล็ก" ในคลิปเหตุการณ์สกัด มือมีดคลั่งโหดไล่แทงชาวบ้านเสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 7 ให้สัมภาษณ์ที่บ้านพักว่า วันเกิดเหตุเป็นวันพ่อแห่งชาติ ลูกสาวคนโตโทรศัพท์มา บอกว่ากลับมาบ้านไม่ได้ มีแต่ลูกสาวคนเล็กกลับมา ก็คิดว่าจะต้องออกไปกินข้าวกับลูก จึงขี่ จักรยานยนต์เวสป้า ออกไปตัดผมที่ร้านถนนศรีชมชื่น ซึ่งตอนนั้นมีลูกค้ามีคิวรอตัดอยู่ จึงขี่ จยย.เลยไปซื้อตับหมูปิ้งมาให้สุนัข
" ขี่มาถึง 4 แยกหลังเรือนจำจุดแรกที่เกิดเหตุ เห็นเหตุการณ์นักเรียน 2 คนถูกแทง ตอนแรกดูไม่ออกว่าเหตุอะไร รถชนหรือทะเลาะกัน จนคนร้ายขี่ จยย.หนีออกไปสถานีตำรวจ เห็นที่มือซ้ายที่กำแฮนด์รถมีมีดโผล่ออกมา และเห็นภาพเด็กบาดเจ็บจับที่คอ ได้ขี่ จยย.ตามคนร้ายไปห่างๆ เมื่อคนร้ายเลี้ยวรถกลับมา ไม่เห็นเหตุทำร้ายที่หน้าร้านเรื่องของปู ก็วนรถขับตามไปจนมาถึง 4 แยกเดิม ไม่รู้ว่าคนร้ายไปทางไหน ได้ตะโกนถามคนแถวนั้นเขาก็บอกมา "
ภาพนักศึกษาถูกทำร้าย นอนคว่ำหน้า เลือดไหลเต็มถนน รู้สึกโกรธมากจนทนไม่ไหว จะช่วยเขาได้ยังไง กลัวจะไปทำร้ายคนอื่นอีก จึงบีบแตรรถต่อเนื่อง ขี่ไล่ตามตะโกนเตือนไปด้วย ให้เขารู้ว่าไม่ได้ทะเลาะกัน แต่คนที่เราขี่ไล่เป็นฆาตกร คนร้ายขี่ไปในตลาดไทยอีสาน วนเวียนอยู่ในห้างเจริญศรีเก่า ผมก็ขี่ตามแต่รถขี่ได้ไม่เร็ว ก็เริ่มมีคนเข้ามาช่วยไล่ คันแรกเป็นน้องรู้จักกันมากับแฟน คนสวมหมวกกันน็อคสีขาว เขาจะขี่ไปชาร์ตคนร้ายได้ห้ามไว้ บอกคนร้ายมีอาวุธ "
เสี่ยน้อย เล่าต่ออีกว่า คนร้ายขี่หนีไปถนนวัฒนา เข้ามายังซอยทางเกวียน หรือซอยเชิดสมบัติ) ก็มีน้องเคอรี่ และแกร็บฟู๊ด เข้ามาช่วยไล่ตามคนร้าย กลัวว่าเขาจะเข้าไปชาร์ท ก็ตะโกนให้ระวังคนร้ายมีอาวุธ จนทะลุออกมาที่ถนนประจักษ์ คนร้ายเลี้ยวขี่มุ่งหน้าไปห้าแยกวุ่นวาย จนน้องเคอรี่ใช้เท้าถีบรถคนร้ายล้ม แต่น้องไม่มีอาวุธ ตนขี่ตามไปทันกำลังจอด คนร้ายจะเข้ามาทำร้าย จึงเอาคราดออกมาป้องกันตัว ไม่ได้เข้าไปชาร์ต เพื่อรอเวลาให้คนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วย
น้องแกร๊บฟู๊ดตามมาถึง มีมีดปลอกผลไม้มาด้วย ก็ช่วยกันคนร้ายไม่ให้หนี แต่ผมโกรธมากจนลืมตัว ขว้างคราดใส่คนร้าย เมื่อไม่มีอาวุธก็วิ่งหนี มาหยิบเอาพลั่วร้านวัสดุก่อสร้าง 2 อัน ไปให้น้องแกร็บฟู๊ด 1 อัน ไปช่วยน้องผู้หญิงกำลังถูกทำร้าย คนร้ายหนีไปจนถึงร้านขายยา มีอาสามูลนิธิเข้ามาช่วย ขอให้เขาไปดักด้านหน้า ไปกันคนออกกลัวถูกทำร้าย หรือถูกจับเป็นตัวประกัน ไม่นานตำรวจก็มา 2 นาย ผมบอกให้ยิงมันเลย แต่ตำรวจคงทำไม่ได้ เมื่อตำรวจมามาก มีคนมาช่วยมากขึ้น ผมก็ถอยกลับ "
น้องเสียชีวิตเป็นนักเรียน-นักศึกษา มีคนบ้านอยู่ อ.หนองหาน รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน เราดูแลลูกหลานให้ไม่ได้ ต่อไปมาตรการต้องเยอะขึ้น น้องที่ร่วมในเหตุการณ์ผมนับถือน้ำใจมาก ถ้าน้องๆ ไม่เข้ามาช่วยสกัด ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ตอนนั้นได้ ปกติเป็นคนไม่เล่นโซเชี่ยล ไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่มีไลน์ ลูกสาวเอาคอมเม้นท์มาให้ดู พอได้อ่านก็น้ำตาไหล อยากขอบคุณทุกคน เราไม่ใช่ฮีโร่เราเป็นคนคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ ดีใจที่คนอุดรไม่ทิ้งกัน อยากเข้าไปกดไลค์ คอมเม้นต์ขอบคุณทุกท่าน แต่ผมไม่เล่นโซเชียล ขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง" เสี่ยน้อยกล่าวในที่สุด