วันนี้ (5 ธ.ค.63) ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ล่าสุดขณะนี้ว่า ในหลายจังหวัดระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากฝนจะลดลงต่อเนื่องไป 1 สัปดาห์ ประกอบกับอิทธิพลน้ำทะเลหนุนไม่กระทบต่อการระบายน้ำเช่นกัน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมเครื่องจักรเครื่องมือเร่งระบายน้ำให้ลดลงโดยเร็วที่สุด โดยก่อนจะมีฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 12-14 ธ.ค.ตั้งแต่สุราษฏร์ธานีลงไป ซึ่งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติจะติดตามประเมินปริมาณฝนในช่วงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งสัญญาณความเสี่ยงที่อาจจะเกิดซ้ำในพื้นที่ท่วมเดิมได้
โดยยังคงต้องเฝ้าระวังจนถึงต้นปีหน้าด้วย พร้อมจะเน้นย้ำการเชื่อมต่อข้อมูลการเตือนภัยให้เข้าถึงหน่วยงานระดับพื้นที่ เพื่อสื่อสารตรงกับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบเฉพาะจุดต่อไป ซึ่งระยะ 2 3 วันนี้จุดที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปที่ปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจากตอนบนไหลลงมารวมกัน คือ บริเวณแม่น้ำตาปีจ.สุราษฎร์ธานี ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และแม่น้ำตรัง จ.ตรัง
"พื้นที่ภาคใต้ยังมีแนวโน้มที่จะเกิดฝนหนักต่อเนื่องได้อีก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ติดตามประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าจากการวิเคราะห์แนวโน้มฝน เพื่อส่งสัญญาณถึงหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า
รวมถึงเน้นย้ำกลไกการแจ้งเตือนประชาชนรับทราบให้เข้าถึงพื้นที่มากขึ้น มีการปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ โดยการเก็บกักน้ำชะลอน้ำหลากในแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั้งแก้มลิงที่มีอยู่ หรืออ่างเก็บน้ำในทุกขนาด เช่น เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 1,900 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนบางลาง จ.ยะลา สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 400 ล้าน ลบ.ม. รวมถึงลดการระบายน้ำจากอ่างฯขนาดกลางไม่ให้ไหลมาสมทบในพื้นที่ตอนล่างด้วย