"นี่เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ ที่เราสามารถรวบรวมรายชื่อได้ 15,000 คนเพื่อเสนอกฎหมาย ซึ่งตอนนี้เราส่งให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบรายชื่อแล้ว และเมื่อเสร็จเรียบร้อยจะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเราจะเชิญทุกพรรคการเมืองเข้ามาเป็นเจ้าภาพร่วม ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หากใช้การเมืองนำหน้าจะไม่จบ จากประสบการณ์ตนที่เป็นรัฐมนตรีมา 13 ครั้ง อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่าไปแบ่งฝ่าย และเราต้องเข้าใจเข้าถึงและพัฒนา"นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆในกฎหมายฉบับนี้ ต้องมีคณะกรรมการเพื่อกำกับติดตามดูว่าอะไรที่ล้าสมัยไปแล้ว หรือมีกองทุนเพื่อช่วยเหลือ ต้องช่วยกันคิดว่าจะพัฒนาได้อย่างไร เรามีโครงกฎหมายแล้วแต่รายละเอียดต่างๆเราต้องช่วยกันคิดตามมา และสุดท้ายราชการเขาจะเห็นความสำคัญ โดยมีไก่เป็นสัตว์นำร่อง หากวันข้างหน้าเราทำได้สำเร็จ สัตว์เศรษฐกิจอื่นๆ เช่น วัว จะตามมาอีก ไม่แน่ว่าวันข้างหน้า กรมปศุสัตว์อาจจะต้องยกฐานะเป็นกระทรวงก็ได้ สมัยที่ตนเป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ ตนมีแนวคิดโครงการ โคล้านตัว แม้จะไม่สำเร็จแต่ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ตนไม่เคยโกรธที่โครงการนี้ไม่สำเร็จ หากเราหันมาทำปศุสัตว์ส่งออก โดยใช้เมล็ดพืชที่ปลูกได้ จะเป็นประโยชน์ถึงเกษตรกรได้อีกด้วย ตนเชื่อมั่นว่าหากประชาชนมั่นคงมีรายได้ มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ปัญหาทุกอย่างจะปรับแก้ได้หมด
จากนั้นเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกันอย่างหลากหลาย เช่น ปัญหาการควบคุมโรค ปัญหาการส่งออกไก่ไปยังต่างประเทศที่มีกฎระเบียบไม่ชัดเจน การสร้างสนามไก่เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และการเพิ่มมูลค่าไก่จะต้องเป็นไปในทิศทางใด