26 พฤศจิกายน 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การชุมนุมที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา จนเกิดเหตุการณ์โยนระเบิดและยิงปืนจนมีผู้บาดเจ็บนั้น ส่วนตัวเคยพูดเสมอว่า เมื่อเลือดหลั่งแล้ว ยากจะหยุด จนกว่าเลือดจะนองท้องช้าง แต่ปรากฎการณ์วานนี้ การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ย้ายจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มาสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระหว่างการชุมนุมไม่มีเรื่องราว แต่ช่วงเลิกชุมนุม เกิดเสียงระเบิด และมีคนยิงปืนจนมีผู้บาดเจ็บ 1 คน
ทั้งนี้ ตามประวัติศาสตร์การเมืองไทยมักอธิบายว่า การชุมนุมมีการปะทะนำพาไปสู่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย เช่นเดียวกัน ในการชุมนุมเมื่อ 14 ตุลา 2516 เกิดเลือดตก เมื่อยุติชุมนุมแล้ว จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 70 ราย เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 หลังจับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และแกนนำคนอื่นๆแล้ว ยังตามฆ่ากันตายอย่างบ้าคลั่งที่สุดกว่า 40 ศพ กระทั่งถึงชุมนุมเมษา-พฤษภา 2553 มีคนตายร่วม 100 ศพ
ส่วนเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (25 พ.ย.) เป็นไปตามรูปแบบประวัติศาสตร์การชุมนุมในช่วงท้าย ที่มักเกิดโรคแทรกขึ้นมากระทบกระทั่งจนเป็นเหตุให้เสียเลือดได้เสมอ ส่วนตัวได้แต่ภาวนาว่า รัฐอย่าใช้กำลังเข้าปราบปรามเหมือนกับคนเสื้อแดง ที่ใช้กำลังกว่า 6 หมื่นนาย เบิกกระสุนปืนอาวุธสงครามกว่า 5 แสนนัด พร้อมกระสุนสไนเปอร์กว่า 2 พันนัด สิ้นงบกว่า 6 พันล้าน เพื่อสังหารคนมือเปล่า เพราะทุกศพ ไม่มีเขม่าดินปืนติดมือแม้แต่คนเดียว
"ความตายของคนมือเปล่า สร้างความเจ็บปวดมากที่สุด และผู้ตายไม่เคยมีประวัติผู้ก่อการร้าย ไม่เคยเป็นทหาร ทุกศพล้วนเป็นคนจน คนขับแท็กซี่ ประกอบอาชีพค้าขายทั้งสิ้น ดังนั้น บาดแผลการใช้ความรุนแรงคนเสื้อแดงจึงเจ็บปวดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะถูกตราหน้าว่า ล้มล้างสถาบันบ้านเมือง" ประธาน นปช. ระบุ
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวพยายามอธิบายเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต แต่ความรับผิดชอบต่างๆ กลับเป็นฝ่ายผู้เสียชีวิตที่ต้องติดคุก ถูกตามล่าดำเนินคดีมากมาย ส่วนรัฐไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น แม้แต่การเยียวยาผู้เสียชีวิต ยังถูกต่อต้านอีกด้วย