"การกล่าวอ้างของนายสิระฯ เป็นการปลุกระดมสร้างความขัดแย้งในหมู่ประชาชนไม่เพียงแต่จะสร้างความเข้าใจผิดที่นำไปสู่ความเกลียดชังต่อบุคคลที่ได้พาดพิงเท่านั้น แต่การกล่าวอ้างดังกล่าวยังกระทบต่อสิทธิพลเมืองของบุคคลอื่นที่อาจจะถือสัญชาติสองสัญชาติตามหลักสายโลหิตหรือหลักดินแดนของบิดามารดาที่แตกต่างกัน รวมถึงบุคคลอื่นที่มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติด้วย นอกจากนี้นายสิระฯ ยังมีพฤติกรรมเหยียดหยามศักดิ์ศรีของประชาชนที่ลงชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 100,732 คน ว่าเป็นกลุ่มประชาชนที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยองค์กรต่างชาติ อันเป็นการกล่าวอ้างที่ขัดกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ หลักพื้นฐานประชาธิปไตย และขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 4 วรรคสองซึ่งรับรองไว้ชัดแจ้งว่า'ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน'"
"นายสิระฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน จำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรมและหลักการสิทธิมนุษยชน แต่พฤติการณ์ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น แสดงโดยชัดแจ้งว่านายสิระฯ ไม่เป็นผู้ที่เคารพและยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรมและหลักการสิทธิมนุษยชนแม้แต่น้อย จึงไม่มีความสง่างามที่จะดำรงตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในนามประธานนิติรัฐ นิติธรรมและหลักการสิทธิมนุษยชนตามกลไกของรัฐสภา"