แต่หลังจากนำศพ ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลกลับพบว่า มีร่องรอยการผ่าตัดหน้าอก ของลูกสาว ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ที่หมอศัลยกรรม ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งในที่สุด ทางคลินิกดังกล่าว รับปากว่าจะรับผิดชอบ เยียวยาชดใช้ค่าเสียหายให้ กับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยในเบื้องต้นมอบเงินให้ 30,000 บาท เพื่อการเดินทางนำศพกลับบ้าน แล้วจัดงานศพก่อน จึงนำศพกลับมาตั้ง บำเพ็ญกุศล ที่วัด อุดมธานี บ้านโคกกลางตำบลเกาะแก้วอำเภอเสลภูมิ ร้อยเอ็ด โดยคลินิกดังกล่าว รับปากว่า จะมา ตกลงเจรจา ทำการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ก่อนที่จะมีการฌาปนกิจศพ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 แต่ปรากฏว่า เจ้าของคลินิกดังกล่าว ไม่ยอมมาเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย แม้พนักงานสอบสวน จะออกหมายเรียกให้ มาเจรจา แต่กลับไม่มาพบ ตามที่นัดหมายกัน
สุดท้ายบรรดาญาติจึงตกลงกันว่า จะยังไม่ทำการฌาปนกิจศพในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ตามที่กำหนดไว้ และได้นำศพ ไปฝากไว้ ในห้องเย็นเก็บศพ ที่มูลนิธิแห่งหนึ่งในอำเภอโพนทอง โดยเสีย เงินค่าห้องเย็น วันละ 500 บาท เพื่อรอผลชันสูตร ที่โรงพยาบาลพญาไท ซึ่งจะรู้ผลประมาณกลางเดือนธันวาคม 2563 เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถึงสาเหตุการตายก่อน หากเผาศพไปแล้ว จะไม่มีหลักฐาน เพียงพอที่จะเอาผิดกับคลินิกดังกล่าวได้ ดังนั้นจึงยอมเสียเงินวันละ500บาทเพื่อรอผลผ่าชันสูตร เพื่อที่ต้องการให้เกิดความชัดเจนถึงสาเหตุการตาย ที่เชื่อว่าคลินิกดังกล่าวทำให้ลูกสาวเสียชีวิต