เพาะพันธุ์ปูนาขาย2ปีปลดหนี้เตรียมแปรรูปส่งนอก
20 พ.ย. 2563 | jitima_chum

เกษตรกรอารมณ์ดีปลูกผักปลูกกุหลาบขายนาน 27 ปีหนี้บาน หันมาเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปูนา แค่ 2 ปีปลดหนี้หมด ขยายฟาร์มพัฒนาเมนูหลากหลาย เตรียมดันเป็นวิสาหกิจแปรรูปปูนาส่งออก
ข่าว
20 พ.ย. 2563 | jitima_chum

เกษตรกรอารมณ์ดีปลูกผักปลูกกุหลาบขายนาน 27 ปีหนี้บาน หันมาเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปูนา แค่ 2 ปีปลดหนี้หมด ขยายฟาร์มพัฒนาเมนูหลากหลาย เตรียมดันเป็นวิสาหกิจแปรรูปปูนาส่งออก
20 พฤศจิกายน 2563 ที่บ้านปูนาอุดรธานี เลขที่ 283 ม.7 บ.ดงมะกรูด ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี นางพรเพ็ญ หรือแม่พร บุตตาธรรม อายุ 45 ปี เจ้าของอารมณ์ดี ที่เคยยึดอาชีพ ปลูกกุหลาบป่าร้อยมาลัย , หอมแบ่ง (ต้นหอม) และผักต่าง ๆ ต่อเนื่องมารวม 27 ปี แต่ยังเป็นหนี้เรื่อยมา ก่อนหันมาทำบ้านพักริมถนนเข้าหมู่บ้านเป็น ฟาร์มปูนาน้ำใส (บ่อปูนซีเมนต์) สำหรับผลิต พ่อ-แม่พันธุ์ ขาย ตามคำแนะนำของลูกชาย ที่ไม่อยากให้พ่อแม่เลิกปลูกผัก และห่างไกลจากสารเคมี
โดยบริเวณหน้าบ้านกำลังสร้างโรงแปรรูปปูนา อาทิ ปูดอง , ดองปูสมุนไพร , น้ำพริกนรกปูนา , ปูนาไข่เค็ม , อ่องมันปูนา , น้ำยาขนมจีนปูนาแห้ง และอื่น ๆ ขยายการเพาะเลี้ยง โดยการนำแปลงนาข้าว 1 ไร่เศษ ทำเป็นฟาร์มปูนาธรรมชาติ (บ่อดิน) ที่บ้านโคกสะอาด ต.หนองไฮ ปรับแต่งล้อมด้วยกระเบื้องหลังคาเก่าเป็นระบบปิด อุปกรณ์ระบบน้ำก็ใช้จากงานปลูกผักเดิม แถมให้ข้อมูลแบบไม่หวง หรือแบบไม่กั๊ก พร้อมเชิญชวนชาวเกษตรกรผู้สนใจมาทดลองเลี้ยงปูนา เพราะใช้เงินลงทุนต่ำ แต่รายได้ดี
นางพรเพ็ญ บุตตาธรรม เล่าว่า สามีทำงานที่ อบต.หนองไฮ นอกเวลางานก็มาทำเกษตร มีลูกชาย 2 คน ได้ทุนเรียนพาณิชย์นาวีมีงานทำอยู่ในทะเลไทย ครอบครัวเราทำการเกษตรมาตลอด 27 ปีปลูกต้นหอม 50 ไร่ ปลูกอ้อย 30 ไร่ ทำนา 30 ไร่ จากที่ดินเช่าและของเราบ้าง แต่ก็ยังมีหนี้กับ ธกส.หลายแสนบาท แต่เมื่อมาเลี้ยงปูนาเพียง 2 ปี 1 เดือน ปลดหนี้ ธกส. และหนี้อื่น ๆ รวมเกือบ 1 ล้านบาท จนหมดแล้ว
"ลูกชายอยากให้เลิกปลูกผัก เพราะใช้สารเคมีมานานแล้ว ลูกคนโตสั่งซื้อพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม จากบ้านแพร้วมาให้ 600 ต้น ส่วนลูกชายคนเล็กสั่งซื้อพ่อ-แม่พันธุ์ปูนามาให้ทดลองเลี้ยง 100 คู่ พันธุ์มะพร้าวปลูกได้ทั้งหมด แต่พ่อแม่พันธุ์ปูนาคิดหนัก เพราะไม่เคยเลี้ยงใครจะซื้อตามท้องไร่ท้องนาก็มี ลูกก็มาสอนให้ศึกษาจากอินเตอร์เน็ต บอกตรง ๆ ทำแบบไม่ตั้งใจ เอาไปแอบเลี้ยงไว้หลังบ้าน ไม่กล้าบอกเพื่อนบ้าน กลัวเขาหัวเราะ และเพิ่งกล้าติดป้ายที่หน้าบ้าน เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมานี้เอง"
นางพรเพ็ญ เล่าอีกว่า เมื่อก่อนฟาร์มเลี้ยงปูนาเป็นบ้านพักอาศัย แต่เดี๋ยวนี้มีปลวกขึ้น จึงย้ายเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านแล้วดัดแปลงเป็นบ่อเลี้ยงปูนา เมื่อลูกปูนามีมากขึ้นเรื่อย ๆ ลูกชายได้เปิดเพจ"บ้านปูนาอุดรธานี"เป็นช่องทางการขายเวลาผ่านไป 9 เดือน ขายพ่อ-แม่พันธุ์ได้ครั้งแรก 20 คู่ ๆ ละ 60 บาท รวม 1,200 บาท ลูกค้าอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี จากนั้นราคาขายเพิ่มเป็นคู่ละ 70 และ 80 บาทก็มีลูกค้าสั่งซื้อมาต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยเดือนละ 6-7 หมื่นบาท บางเดือนขายได้เป็นหลักแสนบาท ขณะมีค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนไม่มาก ส่วนปูที่แม่ค้าสั่งไปทำอาหารจะขายกิโลกรัมละ 130 บาท โดยแม่ปูจะออกลูกปีละ 3 ครั้งๆละ 400-600 ตัว แต่ต้องล้อเลียนธรรมชาติ(หลอกปู) ให้ผสมพันธุ์กัน โดยการใช้น้ำจากสปริงเกอร์ และน้ำไหลจากท่อ ทำเสมือนมีฝนตก เรามีกำลังเลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์ในบ่อน้ำใส 3 หมื่นตัว ลูกปูที่เหลือเอาไปลงบ่อธรรมชาติ(ระบบปิด) ซึ่งตอนนี้มีมากกว่า 6 แสนตัว หรือประมาณ 3-4 ตัน ปูนาส่วนนี้จะเอาไปแปรรูป เป็นสินค้าของบ้านปูนาอุดรธานี มีผู้สนใจสั่งซื้อมาไม่ขาดจนทำขายไม่ทัน จึงมีแผนจะผลิตป้อนตลาดทุกวัน ขณะนี้กำลังสร้างโรงครัวขึ้นมาทำสินค้าอาหารแปรรูปจากปูนาขายโดยเฉพาะรวมทั้งส่งขายร้านอาหารประจำ
ด้านเทคนิค พ่อแม่พันธุ์ปูนา เป็นพันธุ์กำแพงเพชร และพันธุ์พระเทพ พ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงอยู่คือลูกผสม การเลี้ยงในระบบน้ำใส และธรรมชาติ เหมือนกัน จะใช้อาหารเดียวกันคือ อาหารเม็ดปลาดุก พืชผักสีเขียว และไม่มียาปฏิชีวนะ-สารเคมี บ่อปูนาน้ำใสจะปล่อยน้ำออก หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อทุก 2-3 วัน ส่วนบ่อธรรมชาติมีเพียงปล่อยน้ำเพิ่มทุกวันเท่านั้น เมื่อปูนาผสมพันธุ์จนตั้งท้อง จะต้องเอาใจใส่สังเกตแม่ปูทุกขั้นตอน เมื่อพบตั้งท้องให้แยกมารวมเฉพาะแม่ปูไว้ที่บ่อผดุงครรภ์จนแม่ปูสภาพใกล้คลอดนำแยกออกมาที่ห้องคลอด คลอดแล้วแยกออกไปพักฟื้นจนแข็งแรง ส่งกลับมาผสมพันธ์อีก ส่วนลูกปูก็จะต้องเอามาอนุบาล คัดเลือกเอาไว้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์ ก่อนนำไปที่บ่อเลี้ยงธรรมชาติ และปูนาที่เลี้ยงจะมีนิสัยเชื่องไม่ดุร้าย เพราะเราเลี้ยงเขาแบบเอาใจใส่เสมือนลูก ไม่เหมือนตอนที่เลี้ยงครั้งแรก โดนปูหนีบมือเจ็บแทบทุกวัน
นางพรเพ็ญ เล่าถึงการใช้ภูมิปัญญาของคนอีสาน มาช่วยเลี้ยง "ปูนา" ว่ามีช่วงวิกฤติ "ปูนาป่วยตาย" ทุกวันๆละ 1-2 กก. ด้วยอาการท้องเสีย ลอกคราบไม่หมด และอื่น ๆ แม่ของตนเองแนะนำเรื่องยาโบราณ น่าจะใช้สมุนไพรที่มีรสฝาด จึงลองนำ "ใบตอง หรือก้านกล้วย" ใส่ลงในบ่อเลี้ยง เปรียบเทียบกับบ่อไม่ใช้ พบว่าบ่อใส่ใบตองปูนาไม่ตาย จึงนำมาใช้ในการเลี้ยง รวมทั้งการใช้หญ้าเนเปีย ที่มีโปรตีนสูงมาให้ปูนาที่ป่วยหรือไม่แข็งแรงกินเป็นอาหารเสริมด้วย
"ในอนาคตจะตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเลี้ยง และแปรรูปปูนาขายที่บ้านปูนาแห่งนี้ ส่งขายทั้งในประเทศและส่งต่างประเทศ เพราะมีลูกค้าสนใจสั่งซื้อสินค้าแปรรูปจากปูนาจำนวนมาก หลังจากทดลองทำแต่ไม่พอขาย และหากใครสนใจจะเลี้ยงปูนา กรุณาสั่งซื้อล่วงหน้า เพราะต้องใช้เวลาเก็บและคัดเลือกปูนาตามลูกค้าสั่ง โดยติดต่อสั่งซื้อในเพจ "บ้านปูนาอุดรธานี" หรือทางโทรศัพท์ 081-7698987 (แม่พร)