สำหรับ อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Sovereign Credit Rating) คือ ความสามารถในการชําระคืนหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้ตรงตามกําหนดเวลา ซึ่งอันดับความน่าเชื่อถือนี้ จะถูกกําหนดขึ้นโดยอาศัยปัจจัยหลักสองประการ คือ ปัจจัยทางเศรษฐกิจซึ่งจะบ่งบอกถึงความสามารถในการชําระคืนหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยและปัจจัยทางการเมืองซึ่งจะบ่งบอกถึงความเต็มใจ (Willingness) ในการชําระคืนหนี้เมื่อถึงกําหนดเวลาชําระคืน
อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงทางเครดิต ที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในตราสารหนี้ของรัฐบาลประเภทต่าง ๆ โดยเป็นสิ่งที่สะท้อนความสามารถในการชําระหนี้ของผู้ออกตราสารหนี้ว่าจะสามารถชําระหนี้ได้เต็มจํานวนและภายในระยะเวลาที่กําหนดหรือไม่ มีความเสี่ยงในการผิดนัดชําระหนี้ (Credit Default) หรือไม่และอย่างไร โดยอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่ดี จะช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยในการระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้ ยิ่งอันดับความน่าเชื่อถือสูง ต้นทุนในการออกตราสารหนี้รัฐบาลก็จะยิ่งต่ําลง จึงถือได้ว่าอันดับความน่าเชื่อถือเป็นองค์ประกอบที่สําคัญของการระดมทุนในตลาดเงินทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ นอกจากนี้อันดับความน่าเชื่อถือยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองด้านเสถียรภาพและความโปร่งใสของฐานะการเงินการคลังของรัฐบาล ตลอดจนการพัฒนาตลาดการเงินของประเทศในภาพรวม ประกอบกับสามารถนํามาเป็นดัชนีอ้างอิงหรือเป็นมาตรฐาน (Benchmark) สําหรับการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้และตราสารหนี้ของภาคเอกชนได้อีกด้วย
ประเทศไทยได้ดําเนินการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี2530 โดยให้สถาบันJapan Bond Research Institute ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Rating and Investment Information, Inc.เป็นผู้จัดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นรายแรก ต่อมาในปี2532 กระทรวงการคลังได้ให้บริษัท Moodys InvestorsService (Moodys) และ Standard and Poors (S&Ps) ซึ่งเป็นบริษัทจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการคลังที่ต้องการให้มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ดําเนินการโดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเพื่อรองรับการขยายฐานการระดมทุนสู่นักลงทุนในตลาดเงินทุนสหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งเป็นตลาดทุนรายใหญ่ของโลก หลังจากนั้นจึงได้จ้างบริษัท Fitch Ratings (Fitch)ซึ่งเป็นบริษัทจากทวีปยุโรปเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย เพื่อให้การจัดอันดับความน่าเชื่อถือมีการถ่วงดุลกันมากขึ้น