19 พฤสจิกายน 2563 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรค และส.ส.ของพรรค ร่วมกันเเถลงข่าวภายหลังการโหวตพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวาระเเรก เเละประเด็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อกลุ่มผู้ชุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา รวมถึงกรณีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ชุมนุมในอนาคต
โดยนายพิธา กล่าวว่า เเม้ว่ารัฐสภาจะรับหลักการในร่าง1 และ 2 ซึ่งเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐบาลเเละฝ่านค้าน แต่ ส.ส.รัฐบาล เเละสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ส่วนใหญ่ ไม่ยอมรับหลักการในร่างของภาคประชาชนหรือไอลอว์ ในกรณีที่เกิดขึ้นผิดหวังที่รัฐสภาทำลายความฝัน เเละผลักความขัดเเย้งไปสู่ท้องถนนอีกหนึ่งครั้ง เเต่ที่น่าผิดหวังมากไปกว่านั้น คือ การอภิปรายเเละทัศนคติของสมาชิกรัฐสภาฝ่ายรัฐสภา เเละ ส.ว. ที่กล่าวหาว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองเเละล้มล้างสถาบันฯ
นายพิธา กล่าวต่อว่า ถือเป็นการอภิปรายที่อันตรายมากในการนำสถาบันฯ มาเป็นเกราะกำบัง เป็นการกระทำที่จะนำประเทศไปสู่ความรุนแรงและทางตัน อีกทั้ง ยังมีระเบิดเวลาที่ยังไม่ถูกปลดออก คือ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ญัตติที่ 4 การยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ที่ยังคงอยู่ หากในอนาคตเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นายกฯลาออกหรือมีการยุบสภาฯ แต่กฎกติกายังเหมือนเดิมความขัดแย้งเหล่านี้ก็พร้อมที่จะเปิดได้อีกทุกเมื่อ
สำหรับการใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลเป็นร่างหลักนั้น ปัญหา คือ ที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ยังมาจากการแต่งตั้งจำนวน 50 คน จึงอาจนำสู่การล็อกสเปคของ สสร. ที่ไม่ยึดกับพื้นฐานประชาธิปไตย แม้รัฐสภาจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในวาระแรก แต่ยังเชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนผ่านอย่างสันติได้ โดยพรรคก้าวไกลจะยังนำหลักสำคัญในร่างฉบับของประชาชนนำไปผลักดันต่อในชั้นกรรมาธิการวาระ 2 และ 3
"พรรคก้าวไกลยืนยันมุ่งมั่นเพื่อให้อำนาจของ สสร. พิจารณาได้ถูกหมวด ทุกมาตรา เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นรัฐธรรมนูญที่สะท้อนเจตจำนงของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" นายพิธา กล่าว