ข้อเสนอเรื่อง "3 กลไก 3 แนวทางแห่งการสมานฉันท์: ก้าวแรกยากแต่ต้องเริ่มให้ได้"นี้ ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางของสหภาพรัฐสภาระหว่างประเทศ(IPU : Inter-Parliamentary Union)รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการปรองดองและสมานฉันท์ คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส. 6 สมัย เป็นรัฐมนตรี เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 4 สมัยในช่วง 30 ปีของชีวิตการเมือง รวมทั้งประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านเหตุการณ์14 ตุลาคม 2516สมัยเป็นนักเรียน,6 ตุลาคม 2519สมัยเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ และ"พฤษภาทมิฬ"พ.ค. 2535
ผมมีข้อเสนอเรื่อง"3 กลไก 3 หลักการแห่งการสมานฉันท์"เพื่อเติมเต็มแนวทางคณะกรรมการสมานฉันท์ได้แก่
1. กลไกการปรึกษาหารือแบบ "4ตา" (Four Eyes principle) หรือ 2 คน 2 ฝ่ายคลี่ความคิดออกมาหารือในทุกประเด็นทั้งประเด็นหลักประเด็นย่อย
2. กลไกไตรภาคี 3 คน 3 ฝ่าย นำประเด็นจากกลไกแรกมาหาจุดร่วมเดินหน้าในประเด็นที่ทำได้ก่อน จากนั้นส่งต่อไปกลไกที่ 3
3. กลไกคณะกรรมการสมานฉันท์ของทุกฝ่าย
ความยากของการประชุมเจรจาคือ การเริ่มจากการรวมทุกฝ่าย ซึ่งมักไม่ได้ผลเพราะขาดความไว้วางใจ และมีความแตกต่างในข้อเสนอและจุดยืนอย่างมาก ดังนั้นการเริ่มจากการเจรจาหารือระหว่าง 2 ฝ่ายและขยับเป็น 3 ฝ่ายไตรภาคีจะเริ่มต้นได้ง่าย และเมื่อเริ่มก้าวแรกได้ก็จะมีก้าวต่อไป เปลี่ยนจาก"การเผชิญหน้าเป็นการพบหน้ากัน"จากนั้นก็เป็นการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์โดยการร้อยเรียงประเด็นที่ผ่านการหารือตกผลึกมาแล้ว โดยประเด็นใดที่เห็นพ้องก็เดินหน้าต่อไป ส่วนประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปก็หารือระดับ 2 ฝ่ายและ 3 ฝ่ายตามลำดับต่อไป โดยทำงานคู่ขนานกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ