15 พฤศจิกายน 2563 ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน และนางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ กรรมการศูนย์นโยบายฯพรรคเพื่อไทย ได้แถลงคำแถลงศูนย์นโยบายฯพรรคเพื่อไทย เรื่อง ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อนโยบายที่เปลี่ยนไปของสหรัฐอเมริกา โดยมีรายละเอียด ดังนี้คำแถลงศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทยเรื่อง ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อนโยบายที่เปลี่ยนไปของสหรัฐอเมริกา
ข้อเสนอที่ 1 ด้านนโยบายการเงิน :
การเพิ่มขึ้นของการลงทุนภาครัฐ ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของนายโจ ไบเดน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารายได้ภาษีส่วนเพิ่มจากนโยบายขึ้นอัตราภาษี ทำให้ฐานะทางการคลังของสหรัฐฯมีแนวโน้มทรุดลง และการก่อหนี้สาธารณะมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น ประกอบกับการผ่อนคลายของนโยบายการเงินขนาดมหึมาและลากยาว อีกทั้งนโยบายการทางค้ากับประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ มีแนวโน้มผ่อนคลายลงในระยะสั้น-กลาง การใช้การกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) ของนายโจ ไบเดน มีผลทำให้ดุลการค้าสหรัฐฯต่อประเทศคู่ค้าหลักมีแนวโน้มทรุดตัวลงในระยะสั้น-กลาง ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทำให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนตัวลงมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาส 2 ของปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป และคาดการณ์ว่าจะอ่อนตัวลงอยู่ในกรอบ 15-20% ในระยะ 2-3 ปีต่อจากนี้
การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ หมายถึงการแข็งค่าของค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้ จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำหรับฟื้นตัวของการส่งออกในระยะแรก และต่อด้วยการท่องเที่ยวในระยะถัดไป ซึ่งทั้งคู่ต้องอาศัยความได้เปรียบของค่าเงิน ศูนย์นโยบายฯพรรคเพื่อไทยประเมินว่าค่าเงินบาทที่เหมาะสมกับการชิงจังหวะการส่งออก ชิงห่วงโซ่การผลิตที่ถูกตัดขาด และชิงการกลับมาของนักท่องเที่ยว ควรจะอยู่ที่ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ แต่จากปัจจัยข้างต้นประเมินว่าจะทำให้ค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.25 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2563 และแข็งค่าไปแตะระดับ 29.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2564 หากขาดมาตรการการเงินเชิงรุกแบบพิเศษเข้ามาดูแล หมายถึงหายนะของภาคการส่งออกและท่องเที่ยวไทย ในจังหวะที่นานาชาติกำลังฟื้น ประเทศไทยจะติดกับดักค่าเงินที่เป็นตัวถ่วงการฟื้นตัว
มาตรการทางการเงินในช่วงที่ประเทศมหาอำนาจ ต่างใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายแบบสุดขั้ว ศูนย์นโยบายฯพรรคเพื่อไทยเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรพิจารณามุมมองใหม่ของนโยบายการเงินที่ไม่ใช่แค่คำว่าดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่เงินเฟ้อไม่ใช่ปัจจัยหลัก ในภาวะที่อัตราแลกเปลี่ยนสำคัญยิ่ง และในภาวะที่ความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) เหลือน้อย ทั้งนี้มองว่าคำกล่าวที่ว่า นโยบายการเงินเป็นเสมือนหลังพิง และนโยบายการคลังจ ะเป็นหัวหอกในช่วงโควิด-19 นั้น ไม่ถูกต้อง เหตุเพราะนโยบายการคลังส่งผลต่อการฟื้นตัวในประเทศ แต่นโยบายการเงินเกี่ยวข้องโดยตรงต่ออัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่แต่ละประเทศกำลังชิงตลาดส่งออกและห่วงโซ่อุปทานในช่วงฝุ่นตลบ หมดยุคที่นโยบายการเงินจะเน้นเพียงด้านเสถียรภาพโดยเฉพาะด้านราคา แต่กำลังเข้าสู่ยุคที่นโยบายการเงินเป็นหัวหอกสำคัญในการกำหนดความได้เปรียบของประเทศ