รายได้ของดิสนีย์ร่วงลงมาร้อยละ 23 เหลือ 1.47หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.34 แสนล้านบาท) ในไตรมาส 4ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 3 ต.ค.เกินการคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเหลือ 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐโดยดิสนีย์ทำรายได้ที่ 1.91 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทฯ รายงานว่า กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) จากการดำเนินงานต่อเนื่องในไตรมาส4 ขาดทุนไป 39 เซนต์ต่อหุ้นขณะที่ทำกำไรที่ 43 เซนต์ต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเมื่อไม่นับรวมรายการบางชนิดที่กระทบความเปรียบเทียบกันได้กำไรต่อหุ้นปรับลดในไตรมาส 4 จะขาดทุนไป 20 เซนต์ เมื่อเทียบกับกำไร 1.07ดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
บ็อบ ชาเปก ผู้บริหารดิสนีย์กล่าวในแถลงการณ์ว่า"แม้จะเกิดอุปสรรคจากโควิด-19 เราก็ยังสามารถจัดการธุรกิจเราได้อย่างมีประสิทธิภาพและเดินหน้าอย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวเพื่อวางตำแหน่งสำหรับการเติบโตระยะยาวที่ดียิ่งขึ้นของบริษัทต่อไป"
เขาเสริมว่า "ความหวังในช่วงนี้ของเราคือธุรกิจที่เข้าหาผู้บริโภคโดยตรงซึ่งสำคัญต่ออนาคตบริษัท และในวาระครบรอบ 1 ปีของการเปิดตัว ดิสนีย์พลัส (Disney+) เรารูู้สึกยินดีที่จะรายงานว่าบริการดังกล่าวมีผู้สมัครสมาชิกแบบจ่ายเงินเกิน 73 ล้านรายแล้วในช่วงสิ้นสุดไตรมาส 4 นี้ซึ่งเกินการคาดการณ์ของเราตั้งแต่ปีแรก"
ทั้งนี้ หลังจากที่มีการประกาศผลประกอบการไตรมาส4 หุ้นดิสนีย์พุ่งขึ้นร้อยละ6 ในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิด