ต่อมาเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ 13 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ น.ส.สุนิสา โกทัณฑ์ อายุ 23 ปี ผู้บาดเจ็บและเป็นแม่ของ ด.ญ.เจนจิรา ชื่นแช่ม อายุ 2 ขวบ ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ด้วย ได้เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 7 โมงเช้าขณะที่ตนและน้องเจน ลูกสาววัย 2 ขวบได้นั่งรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านซึ่งอยู่ในซอยเทศบาลบางปู 98 ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อที่จะไปขายข้าวแกงในโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู
ในขณะที่รับจักรยานยนต์รับจ้างได้ยูเทรินรถกลับและขี่เลียบมาตามราวเหล็กกั้นเกาะกลางข้างขวา และอยู่ ๆ รถกระบะคู่กรณีซึ่งตอนแรกอยู่เลนซ้ายและตบออกมาทางเลนขวาพอเข้าแทรกขึ้นมาโดยที่ไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว พอแทรกขึ้นมาท้ายรถได้เข้ามาตบรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ตนนั่งมาจนเสียหลักล้ม แต่เขาก็ไม่ได้ลงมาดูเขาขับไปเลย จักรยานยนต์ก็ตอลงไปในร่องกลางถนน แต่คนขี่จักรยานยนต์รับจ้างก็พยายามเข้ามาช่วยพยุงตนและลูกสาวขึ้นมา ก็อยากให้เขาออกมาแสดงความรับผิดชอบ ตนเจ็บไม่เท่าไหร่ แต่ลูกหนูยังเล็กและตนก็ต้องหยุดงาน ไม่มีรายได้อะไรตรงนี้ทำให้ขาดรายได้และเสียเวลาและลูกสาวตนก็ยังเล็กก็ต้องมาเจ็บตัวและที่สำคัญคือที่ใบหน้าซึ่งเขายังเป็นเด็กน้อยน้ำใจมันก็ต้องมี
ชนใครก็น่าจะลงมาดูกันสักหน่อยว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่ใช้มาหนีไปแบบนี้ ซึ่งตอนนี้อาการน้องก็มีอาการเจ็บแขนทั้งสองข้างเป็นแผลถลอกทั้งสองข้าง และก็ใบหน้าและปากจมูกก็ถลอกเลือดไหลรวมทั้งใต้ตาด้วย น้องก็จะร้องเจ็บตลอดเวลาทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะแขนเจ็บทั้งสองข้างจะกินนมตนก็ต้องจับขวดให้และตนก็ต้องหยุดงานมาดูลูก และตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ารถกระบะคันดังกล่าวเป็นของใคร และทะเบียนก็เห็นไม่ชัด
แต่มาคนจำทะเบียนได้ว่า เป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ แคป สีน้ำเงินออกเขียว ทะเบียน 2 ฒผ 4986 แต่จำหมวดจังหวัดไม่ได้ และในช่วงจังหวะที่เกิดเหตุก็มี่รถยานยนต์ขี่ไล่ตามไปจนมาทันกันที่บริเวณนิคมซอย 8 และเคาะกระจกบอกเขา ซึ่งคนขับก็บอกว่ารู้แล้ว แต่เขาก็ไม้ได้มาดูแลอะไรเขาก็ไปต่อเลยก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามรถคันดังกล่าวมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว