จากนั้น ชุดสืบสวนจึงนำหมายศาลฯ เข้าแสดงตัวเพื่อจับกุมนายจารึก ช้างสว่าง ก่อนควบคุมตัวขยายผลตรวจยึดของกลาง และสอบสวนที่ สน.บางรัก
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า จะนำเงินไปใช้จ่าย เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวเพียงคนเดียว โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นหญิงสูงอายุ เพื่อจะได้ง่ายต่อการประทุษร้าย ส่วนการหลบหนีจะเลือกใช้เส้นทางที่ไม่มีป้อมและด่านตำรวจ ซึ่งผู้ต้องหาได้แวะเปลี่ยนเสื้อและรองเท้าภายในซอยจันทน์ 43 แยก 6 อีกทั้ง เมื่อถึงซอยเพชรเกษม 48 แยก 4-7 ผู้ต้องหาได้ถอดหมวกกันน็อคทิ้ง และนำเสื้อแขนยาวทิ้ง จากนั้นขับหลบหนีต่อไป เพื่ออำพรางการติดตามตำรวจ
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง เพราะด้วยเมื่อตรวจสอบประวัติการต้องโทษ พบว่าคนร้ายรายนี้มีหมายจับ จำนวน 5 หมาย จับกุมแล้วทั้ง 5 หมาย -วิ่งราวทรัพย์ สน.บางรัก พ.ศ.2557 (1 หมาย ) -วิ่งราวทรัพย์ สน.พลับพลาไชย 2 พ.ศ.2557 ( 4 หมาย ) และเคยถูกคุมขัง ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2557 แล้วพ้นโทษเมื่อ 18 สิงหาคม 2561 จึงทำให้เชื่อว่า อาจเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง จึงฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากมีผู้เสียหายรายใดตกเป็นเหยื่อโจรรายนี้สามารถติดต่อทางตำรวจ สน.บางรักได้ทันที
เบื้องต้นแจ้งข้อหา "วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป"ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป