"เบื้องต้นจะโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 จะเริ่มต้นในปี 2564 ซึ่งเป็นการขยายเวลามาตรการออกไปจากเดิมสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ เพื่อหวังกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปีใหม่ ส่วนจะมีการเพิ่มสิทธิมากกว่า 10 ล้านคนหรือเพิ่มวงเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายมากกว่า 3,000 บาทหรือไม่ จะต้องขอไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง เพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่ใช้ แต่ยืนยันว่ามีเม็ดเงินเงินเพียงพอแน่นอน คาดว่าจะสรุปได้ภายในเดือนธ.ค.นี้"
สำหรับเม็ดเงินที่จะใช้ในโครงการคนละครึ่งเฟส 2 นั้น จะใช้เงินในส่วนพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูผลกระทบโควิด-19 จำนวน 400,000ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เหลือวงเงินที่นำมาใช้จ่ายได้ประมาณ 200,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจะต้องทำรายละเอียดเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) และคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้พิจารณารายละเอียดก่อน
"จากการสำรวจพบว่า ประชาชนใช้จ่ายในโครงการถึง 59% และรัฐบาลสนับสนุน 49% โดยส่วนมากมีการซื้ออาหารที่ร้านค้า หาบเร่แผงลอยต่างๆจำนวนมาก นอกจากนี้ร้านค้าที่ลงทะเบียนก็มีจำนวนมากจึงทำให้คนสนใจ"
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับคนที่ลงทะเบียนในเฟสแรก จะต้องใช้จ่ายเงินที่ได้รับจำนวน 3,000บาท ภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้
ส่วนในระยะ 2 กระทรวงการคลังจะมีปุ่มหรือข้อความให้คนลงทะเบียนเฟสแรกยืนยันว่าจะเข้าร่วมมาตรการต่อหรือไม่ ซึ่งถ้าเข้าร่วมมาตรการต่อในปีหน้าก็จะได้รับเงินเพิ่มในส่วนของเฟส 2 ขณะที่ผู้ที่ลงทะเบียนคนละครึ่งในเฟส 2 นั้นจะไม่ได้รับเงิน 3,000 บาทในเฟสแรก แต่จะได้รับเงินตามสิทธิในเฟส 2 เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งรัฐบาลเปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียน คนละครึ่ง ที่รัฐบาลจะช่วยจ่าย 50% แต่ไม่เกินวันละ 150 บาท สูงสุดต่อคนไม่เกิน 3,000 บาท ใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. ถึงวันที่ 10 พ.ย.2563 นั้น ปรากฎว่ามีเงินสะพัดในระบบแล้วกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่า จะมีเงินหมุนเวียนตลอดโครงการ 6 หมื่นล้านบาท จะช่วยเพิ่มจีดีพีได้ราว 0.3%