วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.00 น. บริเวณที่ว่าการอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม นายสมยศ วะชุม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2,สิบตรี จีระศักดิ์ ชาสงวน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3,นางสาว พัชรี คำภูเงิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4,และ นายปัญญา ไชยมงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เป็นแกนนำชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายทินกร ขันแก้ว นายอำเภอนาหว้า เพื่อขอให้ตรวจสอบกองทุนเงินออมวันละบาทของเทศบาลตำบลนาหว้า เนื่องจากไม่มั่นใจคณะกรรมการชุดปัจจุบันบริหารงานไม่โปร่งใส
สิบตรี จีระศักดิ์ ชาสงวน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ เปิดเผยรายละเอียดว่า เมื่อปี พ.ศ.2554 นายอรรถพล โกษาแสง นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลนาหว้า ในขณะนั้น ได้จัดตั้งกองทุนออมเงินวันละ 1 บาท โดยมีวัตถุประสงค์จัดสวัสดิการช่วยเหลือราษฎรในด้านต่างๆ เช่น เจ็บป่วยต้องนอนโรงพยาบาล กองทุนฯสงเคราะห์จ่ายให้วันละ 100 บาท หากเสียชีวิตกองทุนฯจะพิจารณาตามขั้นบันได คือ ผู้ใดเป็นสมาชิกนานหลายปี ทายาทก็จะได้รับเงินสงเคราะห์มาก เบื้องต้นในการก่อตั้งกองทุนออมวันละ 1 บาท สมาชิกจะต้องจ่ายเป็นรายปีคือ 365 บาท/ปี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม(พมจ.ฯ) สมทบช่วยอีกวันละ 1 บาท และเทศบาลตำบลนาหว้า(ทต.ฯ) เจ้าของโครงการควักสมทบอีกวันละ 1 บาทเช่นกัน เท่ากับว่าสมาชิกได้ออมวันละ 3 บาท จึงมีผู้สมัครเป็นสมาชิกในโครงการดังกล่าว ประมาณ 2,000 กว่าราย
ระยะแรกการจ่ายเงินสงเคราะห์ไม่มีปัญหา ถ้ามีผู้ชีวิตก็จะนำเงินพร้อมพวงหรีดไปจ่ายถึงบ้านงานศพ หรือไม่ก็ไปจ่ายที่หน้าเชิงตะกอน เพิ่งจะมีปัญหาระหว่างปี 2560 เป็นต้นมา การจ่ายเงินเริ่มฝืดๆ ภายหลังที่ผู้บริหารเทศบาลตำบลนาหว้า เปลี่ยนชื่อโครงการจากกองทุนออมวันละ 1 บาท มาเป็นกองทุนสวัสดิการเทศบาลตำบลนาหว้า โดยกรณีมีผู้เสียชีวิตจากเคยที่ได้รับเงินสงเคราะห์แทบจะทันที กลายเป็นทิ้งเวลาห่างเป็นเดือนก็มี เร็วสุดไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ชาวบ้านจึงมีความคลางแคลงใจ หลายรายจึงไปขอลาออกจากการเป็นสมาชิก และขอเงินที่ออมคืนตามจำนวนเงินที่ตนออมมา ปรากฏว่าทาง ทต.ฯ ยินยอมให้ลาออกแต่มีมติไม่ให้ถอนเงินคืน ทางผู้นำหมู่บ้าน จึงได้ปรึกษาหารือกันพร้อมรวบรวมรายชื่อสมาชิกแต่ละหมู่บ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อนในโครงการดังกล่าว เพื่อขอให้นายอำเภอช่วยเหลือเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ผู้นำหมู่บ้านและราษฎรที่เป็นสมาชิกเข้าใจ ทั้งนี้ได้แนบรายชื่อสมาชิกจำนวน 1 พันกว่ารายที่ขอลาออกมาด้วย