เนชั่นทีวี

ข่าว

4หมู่บ้านรวมตัวร้องนอภ.ตรวจสอบกองทุนออมวันบาท

11 พ.ย. 2563 | suriya_pat

4หมู่บ้านรวมตัวร้องนอภ.ตรวจสอบกองทุนออมวันบาท

ผู้ใหญ่บ้าน4หมู่ รวมตัวกับลูกบ้าน ร้องเรียนนายอำเภอ ให้ตรวจสอบสอบกองทุนออมวันละบาท ของเทศบาลนาหว้า หวั่นมีการทุจริต ไม่โปร่งใส จ่ายเงินสมาชิกล่าช้า กลัวเข้า"อีหรอบเดียวกัน" เมื่อ 3 เดือนก่อน อบต.นาหว้า เจ๊งมาแล้ว หลังผู้บริหารนำเงินไปใช้ส่วนตัว

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.00 น. บริเวณที่ว่าการอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม  นายสมยศ วะชุม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2,สิบตรี จีระศักดิ์ ชาสงวน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3,นางสาว พัชรี คำภูเงิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4,และ นายปัญญา ไชยมงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เป็นแกนนำชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายทินกร ขันแก้ว นายอำเภอนาหว้า เพื่อขอให้ตรวจสอบกองทุนเงินออมวันละบาทของเทศบาลตำบลนาหว้า เนื่องจากไม่มั่นใจคณะกรรมการชุดปัจจุบันบริหารงานไม่โปร่งใส

4หมู่บ้านรวมตัวร้องนอภ.ตรวจสอบกองทุนออมวันบาท




สิบตรี จีระศักดิ์ ชาสงวน ผู้ใหญ่บ้านหมู่  เปิดเผยรายละเอียดว่า เมื่อปี พ.ศ.2554 นายอรรถพล โกษาแสง นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลนาหว้า ในขณะนั้น ได้จัดตั้งกองทุนออมเงินวันละ 1 บาท โดยมีวัตถุประสงค์จัดสวัสดิการช่วยเหลือราษฎรในด้านต่างๆ เช่น เจ็บป่วยต้องนอนโรงพยาบาล กองทุนฯสงเคราะห์จ่ายให้วันละ 100 บาท หากเสียชีวิตกองทุนฯจะพิจารณาตามขั้นบันได คือ ผู้ใดเป็นสมาชิกนานหลายปี ทายาทก็จะได้รับเงินสงเคราะห์มาก  เบื้องต้นในการก่อตั้งกองทุนออมวันละ 1 บาท สมาชิกจะต้องจ่ายเป็นรายปีคือ 365 บาท/ปี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม(พมจ.ฯ) สมทบช่วยอีกวันละ 1 บาท และเทศบาลตำบลนาหว้า(ทต.ฯ) เจ้าของโครงการควักสมทบอีกวันละ 1 บาทเช่นกัน เท่ากับว่าสมาชิกได้ออมวันละ 3 บาท จึงมีผู้สมัครเป็นสมาชิกในโครงการดังกล่าว ประมาณ 2,000 กว่าราย            

4หมู่บ้านรวมตัวร้องนอภ.ตรวจสอบกองทุนออมวันบาท




ระยะแรกการจ่ายเงินสงเคราะห์ไม่มีปัญหา ถ้ามีผู้ชีวิตก็จะนำเงินพร้อมพวงหรีดไปจ่ายถึงบ้านงานศพ หรือไม่ก็ไปจ่ายที่หน้าเชิงตะกอน เพิ่งจะมีปัญหาระหว่างปี 2560 เป็นต้นมา การจ่ายเงินเริ่มฝืดๆ ภายหลังที่ผู้บริหารเทศบาลตำบลนาหว้า เปลี่ยนชื่อโครงการจากกองทุนออมวันละ 1 บาท มาเป็นกองทุนสวัสดิการเทศบาลตำบลนาหว้า  โดยกรณีมีผู้เสียชีวิตจากเคยที่ได้รับเงินสงเคราะห์แทบจะทันที กลายเป็นทิ้งเวลาห่างเป็นเดือนก็มี เร็วสุดไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ ชาวบ้านจึงมีความคลางแคลงใจ หลายรายจึงไปขอลาออกจากการเป็นสมาชิก และขอเงินที่ออมคืนตามจำนวนเงินที่ตนออมมา ปรากฏว่าทาง ทต.ฯ ยินยอมให้ลาออกแต่มีมติไม่ให้ถอนเงินคืน  ทางผู้นำหมู่บ้าน จึงได้ปรึกษาหารือกันพร้อมรวบรวมรายชื่อสมาชิกแต่ละหมู่บ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อนในโครงการดังกล่าว เพื่อขอให้นายอำเภอช่วยเหลือเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ผู้นำหมู่บ้านและราษฎรที่เป็นสมาชิกเข้าใจ ทั้งนี้ได้แนบรายชื่อสมาชิกจำนวน 1 พันกว่ารายที่ขอลาออกมาด้วย     

ด้านนายทินกร ขันแก้ว นายอำเภอนาหว้า กล่าวกับกลุ่มสมาชิกฯว่า จะดำเนินการตามความประสงค์ของประชาชน ด้วยการเชิญผู้ดูแลกองทุนฯมาชี้แจง เบื้องต้นทราบว่าไม่เคยประชุมสามัญประจำปี  และชาวบ้านไม่เคยเห็นระเบียบ ส่วนการจะยุบหรือไม่ยุบกองทุนฯนี้ ต้องเชิญสมาชิกประชุมเพื่อโหวตออกมาเป็นมติเอกฉันท์ ฯลฯ

4หมู่บ้านรวมตัวร้องนอภ.ตรวจสอบกองทุนออมวันบาท



      
นายประยูร วะชุม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.นาหว้า เป็นหนึ่งในคณะกรรมการกองทุนฯ กล่าวด้วยว่า ประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ขอตรวจสอบยอดเงินกองทุนฯในบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรฯ(ธ.ก.ส.) สาขานาหว้า พบว่ามียอดคงเหลือ 40,762 บาท ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2563 มีการเรียกประชุมฯอีกครั้ง มีคณะกรรมการเข้าร่วมประมาณ 30 กว่าคน ตนจึงได้สอบถามฝ่ายการเงินกองทุนฯถึงจำนวนเงินสุทธิในปัจจุบัน ปรากฏว่ามีเงินคงเหลือแค่ 4,745 บาท และตนยังได้สอบถามถึงบัญชีในธนาคารออมสิน สาขานาหว้า จำนวน 2 บัญชี พบว่าบัญชีแรกมียอด 1.7 ล้านบาท บัญชีที่สองมียอดอยู่ 1.3 ล้านบาท จึงถามว่าทำไมไม่นำเงินจากสองบัญชีมาจ่ายช่วยเหลือสมาชิก ได้รับคำตอบว่าเก็บฝากไว้เพื่อกินดอกเบี้ย ตนจึงเห็นว่าระเบียบในกองทุนสวัสดิการฯไม่ชัดเจน ซึ่งในเดือนธันวาคมของทุกปีจะต้องงบดุล เก็บเงินจากสมาชิกเข้ากองทุนฯแล้ว ชาวบ้านได้พร้อมใจกันงดจ่ายเงินออมประจำปี 2564 นอกจากนี้นายประยูรยังกล่าวว่า มีกรรมการกองทุนฯคนหนึ่ง ออกมารับสารภาพว่าได้นำเงินสมาชิกไปใช้ส่วนตัวอีกด้วย


ด้าน นายปัญญา ไชยมงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.นาหว้า เปิดเผยว่า ราวสามอาทิตย์ผ่านมาพี่เขยตนได้เสียชีวิตลง ปกติกองทุนฯจะต้องนำเงินประมาณ 1 หมื่นบาท มามอบให้ถึงบ้าน กระทั่งเผาศพไปเรียบร้อยแล้วก็ยังไม่ได้รับเงินสงเคราะห์แต่อย่างใด จึงเชื่อว่าการเงินของกองทุนฯมีปัญหาแล้ว            

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เทศบาลตำบลนาหว้า ถนนสายนาหว้า-สกลนคร พบว่าที่ห้องทำงานของนายเสกสิทธิ์ ไชยพร ผอ.กองสวัสดิการสังคม กำลังนำเอกสารที่เกี่ยวข้องของกองทุนสวัสดิการฯมาให้นายพศิน เฉลียวไว เลขาสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครพนม โดยนายเสกสิทธิ์ฯเปิดเผยว่าเพิ่งมารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากนัก ทราบเบื้องต้นจากการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ว่า  การจ่ายเงินให้สมาชิกมีปัญหาเพราะจ่ายเกินรายได้ จึงเข้าเนื้อกองทุนฯ ซึ่งในวันพรุ่งนี้(12 พย.) เวลา 10.00 น. จะประชุมกันอีกครั้ง ณ ชั้น 3 เทศบาลตำบลนาหว้า

4หมู่บ้านรวมตัวร้องนอภ.ตรวจสอบกองทุนออมวันบาท




ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัญหาลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในพื้นที่ อบต.นาหว้า อ.นาหว้าซึ่งอยู่ห่างตัวอำเภอนาหว้าเพียง 3 กม. เท่านั้น โดยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2563 ชาวบ้านกว่าร้อยรายร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าว ว่า กองทุนออมวันละ 1 บาท อบต.นาหว้า แจ้งสมาชิกเพื่อขอยุบกองทุนอย่างกะทันหัน โดยอ้างว่าบริหารกองทุนขาดทุนย่อยยับ และคืนเงินให้ชาวบ้านเพียงไม่กี่ร้อยบาท ทั้งที่บางรายฝากสะสมมานานกว่า 10 ปี ครั้งนั้นอดีตนายก อบต.นาหว้า ออกมายอมรับว่าได้นำเงินไปใช้ส่วนตัวกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่สามารถนำมาคืนกองทุนฯได้ จึงทำให้เกิดการติดขัดเป็นลูกโซ่ ผู้บริหารชุดปัจจุบันจึงมีความจำเป็นต้องขอยุบกองทุนดังกล่าว หลังเป็นข่าวชาวบ้านกองทุนฯเทศบาลตำบลนาหว้า มาสอบถามผู้บริหาร ทต.นาหว้า เพราะกลัวว่าจะเหมือนกรณีของ อบต.นาหว้า ก็ได้รับคำตอบว่ากองทุนฯ ทต.นาหว้า มีความมั่นคง ไม่มีปัญหาเรื่องเงินแน่นอน วันเวลาผ่านมาแค่ 3 เดือนเศษ ก็เข้าอีหรอบเดียวกันจนได้

ข่าวล่าสุด