รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20 - 15.00 น.ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (10 พ.ย. ) "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" เปิดใจสัมภาษณ์ "พงศ์เทพ เทพกาญจนา" และ "ชินวรณ์ บุณยเกียรติ" ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ คนที่คร่ำหวอดอยู่ในการเมืองมาเป็นเวลานาน มองสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร
มองเรื่องการที่เขาถวายจดหมายถึงในหลวงผ่านตู้ไปรษณีย์ที่ทำผ่านถังขยะอย่างไร?
ชินวรณ์ : "ผมว่าบางทีเป็นเรื่องในการส่งสัญญาณในกิจกรรมที่ออกมา มันสะท้อนความรู้สึกผู้ชุมนุม ทำให้คนส่วนใหญ่รับไม่ได้"
พงศ์เทพ : "เรื่องนี้เราจะมองเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง และมองว่าตรงนี้สมควรหรือไม่ บางทีผมว่าไม่ได้เป็นการหาทางออกให้ประเทศไทย ต้องยอมรับว่าขณะนี้เรามีความขัดแย้ง มีความเห็นที่แตกต่างกันมาก อยากเห็นว่าจะหาทางออกจากความขัดแย้งนี้ได้ยังไง เสรีภาพอย่างหนึ่งที่สำคัญคือการแสดงออก เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศและผู้มีอำนาจรัฐด้วย ขณะเดียวกันคุ้มครองช่วยผู้มีอำนาจรัฐว่าประชาชนคิคเห็นอย่างไรกับเรา ขณะนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เขามีความเห็นในบางเรื่องอยู่ ขณะนี้ทางออกประเทศไทยต้องฟังซึ่งกันและกันอย่างเปิดอก"
การหย่อนจดหมายในตู้ไปรษณีย์แต่ทำจากถังขยะ มองยังไง?
พงศ์เทพ : "เวลาคนเกิดความขัดแย้ง เราก็เห็นในหลายประเทศที่ขัดแย้งกันมาก ใช้ความรุนแรง บางประเทศฆ่ากันตายเป็นหมื่น การที่คนทำอะไรซึ่งมองว่าเกินเลย ถ้าไปดูว่าต้องจัดการ มันตอบปัญหามั้ย หรือว่าเราต้องปล่อยวาง ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำ แต่ยินดีจะฟังนะ ว่าทำไมคุณทำแบบนั้น สิ่งสำคัญไม่อยู่ที่เขาทำอย่างไร แต่อยู่ที่เขาคิดอย่างไร"
แล้วได้เห็นข้อความในจดหมายมั้ย?
พงศ์เทพ : "ไม่มีโอกาสได้เห็นหรอกครับ แต่เอาง่ายๆ สิ่งที่เห็นตามข่าวที่เห็นเป็นระยะ อย่างเรื่องปฏิรูป เรื่องนั้นเรื่องนี้ ต้องถามเหตุผลให้ลึกว่าทำไมตั้งประเด็นข้อนั้นข้อนี้ขึ้นมา ก็ฟังกันก่อน มันต้องเปิดใจกว้างฟังกัน ผมอยู่ในวงการเมืองมา หลายอย่างที่ทำไปมีคนวิจารณ์ผมก็ต้องฟังนะ แล้วคิดว่าสิ่งที่เขาพูดถูกหรือเปล่าและผมต้องปรับตัว ถ้าไม่ปรับตัวผมก็แย่เอง"
สิ่งที่ทำเป็นเพราะอัดอั้นตันใจ?
ชินวรณ์ : "เป็นกระบวนการเรียนรู้ในสังคมประชาธิปไตยของเรา ซึ่งผมก็มีความเห็นที่สอดคล้องกับหัวหน้าพรรคผม เมื่อมีกรณีเช่นนี้ แล้วจะปล่อยให้มีกิจกรรมการชุมนุมต่อเนื่องอาจไม่เป็นผลดีในอนาคต สองอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ ในความคิดของผม ควรมีคณะกรรมการสมานฉันท์ขึ้นมา เพื่อเปิดเวทีขึ้นมา"
ได้อ่านจดหมายที่เขายื่นมั้ย?
ชินวรณ์ : "ไม่ได้อ่านในรายละเอียดครับ"
ตอนนี้มีกลุ่มคนปกป้องสถาบัน อย่างไทยภักดี หรือพื้นที่ต่างๆ ที่เขาออกมาเพราะทนไม่ได้เรื่องจาบจ้วงล่วงละเมิด ห่วงเรื่องการเผชิญหน้ามั้ย?พงศ์เทพ : "ถ้าถามผม ผมก็ตอบตรงๆ ว่าเป็นห่วง เวลามีคนสองกลุ่มเห็นต่างเข้ามาใกล้กัน อาจมีการเผชิญหน้ากัน มีมือที่สามแทรกได้ แต่เราต้องพยายามเตือนทุกท่าน ไม่ว่าอยู่ฝ่ายไหน ว่าเราควรรับฟังซึ่งกันและกันอย่างมีเหตุผล ถ้ารับฟังกันทุกฝ่ายจะเริ่มแสดงออกแบบสื่อสารกันได้ รับฟังกันได้แบบสุภาพ พอฟังซึ่งกันและกัน เอาง่ายๆ ในคณะกรรมาธิการศึกษา วิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตอนแรกมีความเห็นแตกต่างกันมากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ไปๆ มาๆ เราก็เห็นพ้องตรงกันหลายเรื่อง แม้แต่เรื่องสสร."
เป็นห่วงยังไง?
ชินวรณ์ : "ผมค่อนข้างเป็นห่วงอย่างยิ่ง สองกลุ่มคือคนไทยด้วยกัน การที่จะให้คนคิดเห็นแตกต่างกันมาเผชิญหน้ากัน โอกาสเกิดความรุนแรงเป็นไปได้สูง ฉะนั้นความคิดของพวกผมก็เริ่มต้นว่าอย่างน้อยเรามีรัฐสภา ขอให้สภาได้เปิดสมัยวิสามัญ ก็ได้ทำไปแล้ว ประการที่สอง ความเห็นที่แตกต่างบางความเห็นจะสร้างรอยร้าวในระยะยาว กระบวนการที่จะทำให้ไม่เกิดความรุนแรงก็ต้องมาเป็นอันดับแรกๆ"