โดย มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้ระบุข้อความไว้ดังนี้.....
เดิมเมื่อWDTรับทราบเรื่องราวสุดสลดนี้ ก็ยังคิดว่าเป็นเรื่องที่กู้ภัยทำหน้าที่ตามปกติของตนตามการร้องเรียนของประชาชน บวกกับการอ้างว่า ไม่ได้นำแมวไปปล่อยป่า แต่ปล่อยไว้ห่างจากหมู่บ้าน 300 เมตร
การแจ้งความกล่าวหาของเจ้าของต่อกู้ภัย จึงคิดว่า ไม่น่าจะมีความผิด เพราะไม่ใช่ "เจตนาทารุณกรรมสัตว์" แต่หลังจากเปิดเผยข้อเท็จจริง ได้เห็นสถานที่ที่นำแมวไปปล่อย วิธีการจับแมวใส่กระสอบ และการใช้วิจารณญาณในฐานะอาสาสมัครกู้ภัยที่ควรจะได้รับการอบรมวิธีการและแนวทางการช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์
#เรื่องก็เลยพลิกครับ
ที่มันเข้าทารุณกรรมสัตว์ก็เพราะ การเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยู่เดิมของสัตว์โดยน้ำมือมนุษย์ คือนำสัตว์ไปปล่อยในสถานที่ที่ไม่มีสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมาแมวจรหรือหมาแมวมีเจ้าของก็ผิดทั้งเพครับ
#ไม่มีข้อยกเว้นว่าประชาชนหรือเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชนไม่รู้กฏหมาย
และแล้วในที่สุดชะตากรรมของสัตว์ที่ถูกนำไปปล่อยทิ้งในสถานที่ที่ไม่มีสวัสดิภาพสัตว์ที่เหมาะสมก็เป็นเช่นทุกชีวิตที่เคยเป็นมาคือตาย ! เสียงกรีดร้องของเจ้าของที่สุดแสนเจ็บปวดทรมาน พาให้หัวใจทุกดวงของคนรักสัตว์เจ็บปวดสะเทือนใจตามไปด้วย WDT ให้เจ้าของที่แจ้งเรื่องร้องเรียนขอคำปรึกษาการดำเนินการ นำร่างไร้ชีวิตที่อ่อนปวกเปียก เนื้อตัวเปียกปอนเต็มไปด้วยโคลน นำส่งแช่แข็งที่โรงพยาบาลสัตว์กรุงศรีฯ รอผลการผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี หลังเจ้าของเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางปะอิน อยุธยา
#ส่วนเรื่องใครผิดถูกใครทำอะไรอย่างไรสมควรหรือไม่สมควรทำ
WDT เชื่อว่าสังคมที่ได้รับทราบเรื่องราวนี้ได้ใช้วิจารณญาณกันอย่างเต็มที่แล้วในเวลานี้ อ่านความในใจจากเจ้าของครับ
"เหตุการณ์เกิดวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ครอบครัวเราได้เดินทางไปพักผ่อนต่างจังหวัดที่สระบุรีเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตจึงไม่สามารถดูน้องผ่านกล้องได้เหมือนปกติที่เคยดู
เราออกจากที่พักเวลาประมาณ 14:00 น.พอออกจากที่พักบีมก็เปิดกล้องดูน้องตามปกติ ปรากฏว่าไม่เห็นน้องเจ้าสัวอยู่ในกล้อง จึงย้อนดูกล้องตั้งแต่เช้าจึงได้รู้ว่าน้องเจ้าสัวไม่ได้อยู่ในกล้อง จึงรบกวนพี่บ้านข้างๆให้ไปดูหน้าบ้านให้หน่อยว่าหน้าต่างเปิดออกไหม
ซึ่งน้องอายุ 2 ขวบพฤติกรรมไม่เคยออกจากบ้าน ไม่เคยเปิดหน้าต่างได้เลย ปรากฏว่าวันนั้นหน้าต่างเปิดออกจริงๆ ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีแมวมาก่อกวนเจ้าสัว เพราะตอนนี้น้องเจ้านางลักษณะเป็นสัตว์ แต่เจ้าสัวเป็นตัวผู้และน้องเจ้าสัวทำหมันตอนแล้ว ด้วยความที่อาจจะอยากรู้หรือดลใจให้หน้าต่างเปิดออกอันนี้บีมไม่ทราบ น้องจึงหลุดออกจากบ้านไป
พี่ข้างบ้านแจ้งว่าบ้านข้างๆได้แจ้งอาสาสมัครของอำเภอบางปะอินมาจับเจ้าสัวไปในเวลาประมาณ 15:00 น พี่ข้างบ้านจึงออกไปตามหาให้แล้วพบแต่ถุงปุ๋ยอยู่ในสถานที่ที่เขานำไปปล่อย คนที่แจ้งจับน้องพูดว่าน้องมีพฤติกรรมแค่ขู่ไม่ได้กัดหรือทำร้ายซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของเจ้าสัวเวลาที่กลัว ตกใจและตื่นคนแปลกหน้า เขาบอกว่ากู้ภัยนำถุงกระสอบมา 1 ถุงแล้วจับเจ้าสัวยัดใส่กระสอบ อาสามา รถยนต์ 1 คันมอเตอร์ไซค์ 1 คัน ซึ่งมาทราบทีหลังว่ารถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ไปกับรถยนต์