รวมถึงสถาบันการเงินไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโควิด19 สำหรับธุรกิจก่อสร้างอย่างจริงจัง 3.หากผู้ประกอบการได้ส่งงวดงานงวดสุดท้ายไป ซึ่งอยู่ในช่วงโควิด และได้เบิกเงินงวดสุดท้ายมาหมดแล้ว หน่วยงานของรัฐที่เป็นคู่สัญญาได้มีการหักค่าปรับไปแล้วก็ให้คืนค่าปรับให้กับผู้ประกอบการทั้หมด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินที่เป็นค่าปรับนี้ไปดำเนินธุรกิจต่อได้ จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไปได้ต่อ ไม่มีคนตกงาน เพราะเงินนี้สามารถจ้างงานได้ต่อไป 4.ให้กรณีที่ผู้ประกอบการที่ป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้มีการละทิ้งงานไม่ทำงานให้แล้วเสร็จก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลืออันเกิดจากเหตุโควิดนี้ จะต้องชำระค่าปรับคืนให้คู่สัญญาที่เป็นหน่วยงานของรัฐทั้งหมด 5.เหตุจากการเกิดโรคติดเชื้อไวรัสคิด-19 นี้เป็นเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 102 วรรหนึ่ง (2) ได้รับการคุ้มครองจากพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ยกเว้นให้งดหรือลดค่าปรับทั้งหมด โดยหน่วยงานของรัฐไม่ต้องนำมาวินิจฉัย 6.ให้ประกาศของรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงส่วนราชการอื่นๆเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผลบังคับใช้เป็นเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 102 วรรหนึ่ง (2) พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 7.ให้ส่วนราชการที่เป็นคู่สัญญากับผู้ประกอบการสามารถแก้ไขสัญญาได้จากปริมาณงานที่ได้ดำเนินการไปแล้วจริง เพื่อที่ผู้ประกอบการสามารถที่จะเบิกเงินเพื่อมาเสริมสภาพคล่องจากปริมาณงานที่สามารถเบิกได้จริง ซึ่งปัจจุบันมีเงินของหน่วยงานของส่วนราชการค้างท่ออยู่ไม่สามารถเบิกได้มากกว่า 50,000 ล้านบาท หากเงินจำนวนนี้ออกมาได้ก็จะช่วยส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง 8.ให่ส่วนราชการที่เป็นคู่สัญญากับผู้ประกอบการ บริษัทที่ปรึกษา (Consult) ให้ส่วนราชการเป็นผู้ชำระค่าควบคุมงานให้บริษัทที่ปรึกษา ปรึกษา (Consult) ซึ่งเหตุเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างร้ายแรงทั่วโลกนั้น