นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน และนักวิชาการอิสระ จ.นครราชสีมา กล่าวถึงทางออกของประเทศ ท่ามกลางวิกฤติทางการเมืองที่ยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้ ว่า ทุกคนทุกฝ่ายพยายามหาทางออกให้กับประเทศ โดยรัฐสภาก็จะตั้งกรรมการสนานฉันท์ ด้วยการเข้าหารือกับองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจเป็นรูปแบบยุติความขัดแย้งเหมือนในปี พ.ศ.2535 ขณะที่กลุ่มเยาวชนฯ ยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้คิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เพียงแค่ต้องการให้ปฏิรูป ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการปฏิรูปแค่ไหนก็รอคอยได้ แต่ทั้งนี้ จุดยืนของกลุ่มราษฎร 63 คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี จะต้องลาออกไปก่อน ส่วนกรณีที่ ส.ว.ออกมาเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อ ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ฉบับ ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะในญัตติที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ที่ยังมีความเห็นต่าง ซึ่ง ส.ว. ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำไม่ได้ เพราะเจตนาของมาตรา 256 นี้ คือให้แก้ไขรายมาตรา แต่เนื้อหาในญัตติที่พรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านเสนอ ถือเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เพราะเนื้อหาระบุให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งไม่ใช่การแก้ไข จึงทำให้ ส.ว.ไม่เห็นด้วย โดยยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยชี้ขาด
ล่าสุด มีกลุ่มเสื้อเหลืองในนาม "เครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์" (คปส.) พร้อมสมาชิกเครือข่ายฯ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้มีการชัทดาวน์ประเทศ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในขณะนี้ โดยเป็นกำลังใจให้ทำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ร้ายแรงตามที่เห็นสมควร ซึ่งนายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร เลขาธิการเครือข่ายฯ มองว่า การใช้กฎหมายพิเศษ จะแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งที่ลงลึกไปถึงแต่ละครอบครัวได้อย่างเด็ดขาด ไม่ได้ระบุว่า จะต้องใช้วิธีรัฐประหาร แต่จะใช้กฎหมายใดอยู่ที่ผู้มีอำนาจในการบริหารประเทศจะเห็นสมควร ซึ่งในกรณีนี้ ตนมองว่า เรื่องเริ่มจะเลยเถิดไปกันใหญ่