สอดคล้องกับความเห็นของ ดร.ตัน หมิ่น-อู (Thant Myint-U) อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติและอดีตที่ปรึกษาของ พล.อ. เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาในช่วงระหว่างปี 2554-2559 ที่เขียนหนังสือ "ผ่าพม่าเปิดประวัติศาสตร์ปกปิด" แปลโดยสุภัตรา ภูมิประภาส ให้ความเห็นว่า รัฐบาลเมียนมาร์ เผชิญกับความล้มเหลวของทุนนิยมในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมาไม่มีการจัดเก็บภาษีเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและเท่าเทียม ไม่มีใครพูดถึงปัญหาหนี้สินของคนจนและไม่มีการอภิปรายกันเรื่องการสร้างรัฐสวัสดิการ หรือการสร้างสังคมที่เป็นธรรม
การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นชัยชนะของNLD และการขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศในฐานะ "ที่ปรึกษาแห่งรัฐ" (State Counsellor) ของซูจี สร้างความหวังให้กับชาวเมียนมาส่วนใหญ่ที่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ออกไปใช้สิทธิ์มากที่สุดนับตั้งนับตั้งแตปี 2503
รัฐมนตรีในรัฐบาลของซูจีทั้ง21 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด ส่วนใหญ่มีอายุเกินกว่า 65 ปี และไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการบริหารหรือไม่ใช่ผู้บริหารมืออาชีพ และเกือบทั้งหมดเคยเป็นนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังยาวนานหลายปี ทำให้ขาดความสามารถที่จะวิเคราะห์และจินตนาการถึงอนาคตที่แตกต่างความคิดพัฒนาหลายอย่างถูกมองว่า "พลัดหายเข้าไปในห้วงเหวของระบบราชการ"