วันนี้ เวลา 13.00 น. ที่ ห้องประชุมไพจิตรปวะบุตร อาคาร 7 ชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การ์ยกวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยนายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค และแพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา แถลงข่าวเรื่องลดวันกักตัว และสถานการณ์ในภาพรวมโรคโควิด-19
นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า ผู้ป่วยโควิด-19 สะสมในประเทศไทย วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 พบผู้ป่วยรายใหม่ 8 ราย ประกอบด้วย สถานที่กักกันที่ราชการกำหนด 5 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 3 ราย ซึ่งเป็นพนักงานขับรถจากประเทศเมียนมาที่ชายแดนแม่สอด โดยทั้ง 3 ราย ไม่ได้ลงจากรถ เมื่อข้ามฝั่งมาก็จะมีจุดให้ขนถ่ายสินค้าและกระบวนการขนถ่ายสินค้าคนไทยจะเป็นผู้ดำเนินการ โดยพนักงานขับรถไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากรถ ซึ่งติดเชื้อมาจากประเทศเมียนมาและได้ส่งกลับไปรักษาที่ประเทศเมียนมาเรียบร้อยแล้ว มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,818 ราย มาจากต่างประเทศ 1,367 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2,451 ราย กลับบ้านแล้ว 3,639 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาล 119 ราย เสียชีวิต 60 ราย
โดยผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเสียชีวิตในประเทศไทยรายที่ 60 เป็นเพศชาย อายุ 66 ปี สัญชาติไทย อาชีพเกษียณอายุราชการ มีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวานประเภท 2 ความดันโลหิตสูง เดินทางมาจากสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 และเข้ารับการกักตัวที่ SQ จ.ชลบุรี วันที่ 20 ตุลาคม 2563 พยาบาล SQ พบว่า มีอาการหอบเหนื่อย จึงนำส่งรพ.บางละมุงจ.ชลบุรี ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ และแผนกฉุกเฉินเก็บตัวอย่าง NPS และ throat swab ให้ผลบวกด้วยวิธี PCR ซึ่งมีการแถลงข่าวเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ลำดับที่ 3719 วันที่ 22 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้ได้รักษาโดยใหเยาฟาวิพิราเวียร์ และเรมดิซิเวียร์ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมีโรคประจำตัวและเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ทำให้เลือดเป็นกรด ระบบหายใจล้มเหลว ช็อก ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต สำหรับสถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ป่วยทั่วโลก 48,993,952 คน โดยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล รัสเซีย ฝรั่งเศส เป็น 5 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ส่วนผู้เสียชีวิตสะสม 123,876 ราย เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 8,712 ราย ในภาพรวมสถานการณ์ทั่วโลกยังมีการระบาดอยู่มาก
นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า คาดการณ์สถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย 3 รูปแบบในระยะต่อไป คือ 1.สถานการณ์ที่ป้องกันโรคได้ดี (Spike) คือมีผู้ติดเชื้อ 1 - 2 ราย และไม่มีผู้ติดเชื้อต่อสามารถควบคุมได้ เช่น เคสดีเจ และเคสหญิงชาวฝรั่งเศสที่เกาะสมุย 2.สถานการณ์ที่ควบคุมโรคได้เร็ว (Spike with Small Wave) คือมีสถานการณ์และควบคุมได้ดี ติดเชื้อต่อวันไม่เกิน 50 คน เช่น เคสแม่สอดมีคนเข้ามาแล้วติดเชื้อในครอบครัวและมีผู้ติดเชื้อต่อ 5 คน จากนั้นก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้และ3.สถานการณ์ที่ควบคุมโรคได้ช้า (Spike with Big wave) ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศ
แพทย์หญิงวลัยรัตน์ กล่าวถึงกรณีหญิงชาวฝรั่งเศส ที่ตรวจพบเชื้อภายหลังที่ออกจากสถานกักกันโรค 14 วันว่า การสอบสวนโรคเพิ่มเติมกรณีหญิงชาวฝรั่งเศส อายุ 57 ปี ที่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม เริ่มมีอาการป่วย ซึ่งในขณะนั้นได้ออกจากสถานกักกันทางเลือก (Alternative State Quarantine) ใน จ.สมุทรปราการ ไปแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ทำการตรวจหาเชื้อ และเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการสอบสวนโรคผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและต่ำ ไม่พบเชื้อทุกราย หลังจากนั้นมีการตรวจเชื้อในสิ่งแวดล้อม พบเชื้อซากเชื้อไวรัสในห้องฟิตเนส ซึ่งไม่สอดคล้องกับผู้ติดเชื้อรายนี้ เนื่องจากผู้ติดเชื้อไม่ได้เข้าไปในห้องฟิสเนต จึงเป็นคำถามว่า ผู้ติดเชื้อชาวฝรั่งเศสติดเชื้อจากที่ใด
แพทย์หญิงวลัยรัตน์ กล่าวต่อว่า การสอบสวนโรคในสถานกักกันโรคเดียวกัน พบผู้ติดเชื้อในเวลาใกล้เคียงกันรวมหญิงชาวฝรั่งเศส จำนวน 3 ราย หลังจากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งสาย พบว่า เป็นสายพันธุ์เดียวกัน และมีลักษณะส่วนใหญ่เหมือนกัน ดังนั้นจึงเชื่อว่าทั้ง 3 ราย มีความเกี่ยวข้องกัน จึงได้สอบสวนโรคทบทวนอีกครั้งในระบบที่อาจเป็นจุดที่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อในโรงแรม แม้ว่าโควิด-19 จะมีการแพร่เชื้อด้วยละอองฝอยขนาดใหญ่ไม่ใช่การแพร่ทางอากาศ แต่จะต้องมีการตรวจสอบระบบให้ครบถ้วน เพื่อให้พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้แพร่เชื้อไปทางอากาศจริง
แพทย์หญิงวลัยรัตน์ กล่าวว่า วิศวกรเชี่ยวชาญจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับทีมพยาบาล ที่ดูแลการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล จากสถาบันบำราศนราดูร ตรวจสอบใน 3 ระบบ คือ 1.ระบบแอร์ พบว่าใช้ระบบแอร์ Chiller AHU ซึ่งระบบหมุนเวียนอากาศจะอยู่ภายในห้องไม่สามารถข้ามไปยังห้องข้างเคียงได้ 2.ระบบถ่ายเทอากาศ มีพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำ ซึ่งเป็นระบบพ่วงกับสวิตซ์ไฟปิด-เปิด ตัวดูดอากาศมีแผ่นแรงดันย้อนกลับเข้าห้อง จึงมีความเป็นไปได้น้อยที่ระบบอากาศจะปะปนไปยังห้องข้าวเคียงหรือห้องตรงข้าม และ 3.ระบบน้ำทิ้ง ระบบ core I-Tap ในแต่ละห้อง ท่อชาร์ปวิ่งในแนวดิ่ง ไม่ข้ามฝั่งไปยังห้องตรงข้าม แต่จะคู่กับห้องที่ติดกัน โดยห้อง 605 คู่กับ 607 และ 609 คู่กับ 611
แพทย์หญิงวลัยรัตน์ กล่าวว่า ห้องที่ผู้ติดเชื้อทั้ง 3 ราย พักอยู่ใกล้กัน คือ รายที่ 1 พักห้อง 609 เข้าพักเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม รายที่ 2 พักห้อง 631 เข้าพักเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม และตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม และหญิงฝรั่งเศสพัก ห้อง 607 ออกจากสถานกักกันฯ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ดังนั้นช่วงเวลาที่ทั้ง 3 ห้องอยู่ร่วมกันคือ วันที่ 12-15 ตุลาคม ดังนั้นจะต้องมาศึกษาว่าจะแพร่เชื้อต่อกันทางใด จึงต้องเก็บตัวอย่างเชื้อจากช่องลม ช่องแอร์เพื่อไปหาว่าสามารถแพร่เชื้อระหว่างห้องได้หรือไม่ หรือมีการรั่วซึมของท่อหรือไม่ ขณะนี้ จึงมีข้อสันนิษฐานว่า ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายที่ 1 ที่พักห้อง 631 เปิดประตูออกไปบริเวณโถงทางเดินที่ไม่มีระบบระบายอากาศ แล้วเชื้อโควิด-19 จะอยู่ในอากาศบริเวณนั้น ซึ่งไวรัสมีความสามารถอยู่ในอากาศที่นิ่งได้นานถึง 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ระหว่างห้องตรงข้ามกัน มีความกว้างโถงทางเดิน 1.8 เมตร และหน้าห้องแต่ละห้องมีโต๊ะสำหรับวางอาหาร จากข้อสันนิษฐาน อาจเป็นไปได้ว่า เมื่อเชื้อจากรายที่ 1 ลอยออกจากห้องไปแล้ว ไปตกอยู่บนโต๊ะ หรือหากมีอาหารวางหน้าห้อง ก็จะลอยไปติดอยู่บนภาชนะ ซึ่งเป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าเชื้อโรคจะติดต่อบริเวณหน้าห้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนโรคผู้ติดเชื้อทั้ง 3 ราย ว่าในระหว่างที่ออกมานอกห้อง ได้สวมหน้ากากอนามัยหรือแตะอะไรหรือไม่ และรอผลการตรวจหาเชื้อในระบบช่องแอร์ ช่องอากาศ เพื่อหาข้อสรุปต่อไป
ด้านนายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะต้องลงไปดำเนินคือ หาข้อมูล หลักฐานเพื่อยืนยัน สิ่งที่เราคิดว่าเกิดจากอะไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก สิ่งที่เราได้เพิ่มเติมจากที่เคยแถลงไปครั้งก่อนคือ เมื่อถอดรหัสพันธุกรรม และให้ผู้เชี่ยวชาญมานั่งวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน พบว่าเชื้อในผู้ติดเชื้อ 3 รายในห้องใกล้เคียงกัน เป็นเชื้อกลุ่มและสายพันธุ์เดียวกัน มีรหัสพันธุกรรมที่ค่อนข้างตรงกัน แปลความได้ว่ามีความเชื่อมโยงกัน และมีสมมติฐานว่า การติดเชื้อเกิดจากการถ่ายเทอากาศที่ไม่ดี รวมถึงเชื้ออาจปนเปื้อนในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งจะต้องสอบสวนโรคเพิ่มเติม ทั้งนี้เราจะต้องไปย้ำให้สถานกักกันโรค เน้นย้ำเรื่องทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลาง ระบบระบายอากาศให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น