เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 ร.ต.อ.จำรัส ศรีหาตา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านราษฎร บ้านโพนสวรรค์ หมู่ 2 ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม จึงประสานรถดับเพลิง อบต.คำเตย และรถดับเพลิง อบต.ขามเฒ่า พร้อมกับ พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้กำกับฯ สภ.เมืองนครพนม พ.ต.ท.คำดี เฮียงบุญ รอง ผกก.สอบสวน กู้ภัยศรีสัตตนครพนม กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิพ กู้ชีพ อบต.คำเตย รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุห่างถนนทางหลวงชนบท นพ.2010 สายขามเฒ่า-หนองดินแดง ห่างวัดจอมศรีประมาณ 60 เมตร พบบ้านปูนชั้นเดียวเลขที่ 115/1 หมู่ 2 บ้านโพนสวรรค์ ถูกเพลิงโหมไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงฉีดน้ำสกัดให้อยู่ในวงจำกัด ป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง เพราะปลูกแบบหลังคาเกยกัน และทราบจากชาวบ้านว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ศพ อยู่ในกองเพลิงด้วย โดยใช้เวลานาน 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ สิ่งของเครื่องใช้ อาทิ พัดลม ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด
ต่อมา นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หลังทราบรายงานจึงเดินทางมาพร้อมกับ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม นายพรต ภูมิภักดิ์ ปลัดจังหวัดฯ นายสมลักณ์ ยกน้อยวงศ์ นายอำเภอเมืองนครพนม พ.ต.อ.หญิง จิรนันท์ ธนะสิงห์ ผกก.พิสูจน์หลักฐานฯ แพทย์เวรโรงพยาบาลนครพนม และนายไพศาล เคนจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเตย(อบต.ฯ) ร่วมสมทบตรวจที่เกิดเหตุ
บริเวณกลางบ้านพบศพผู้ตาย ถูกเศษซากไม้ทับถมรวม 2 ศพ ทราบต่อมาว่าชื่อนางอานนท์ สีดาวงศ์ อายุ 48 ปี ใกล้กันพบศพ ด.ช.เอกราช โทปะ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านชะโนด ซึ่งเป็นลูกชายของนางอานนท์ ทั้งสองถูกไฟเผาไหม้ดำเป็นตอตะโกคาซากกองเพลิง เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานอย่างละเอียดส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายพันธ์ โทปะ อายุ 50 ปี สามีของนางอานนท์ หลังก่อเหตุได้ถูกเพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียง ช่วยกันล็อกตัวอยู่กลางหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมาควบคุมตัวไปสอบสวนยัง สภ.เมืองนครพนมสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายพันธ์ผู้ต้องหามีอาชีพก่อสร้างทั่วไป ส่วนนางอานนท์เป็นลูกจ้างคัดหินสวยงามส่งขาย มีลูกด้วยกันเป็นชาย 3 คน โดยคนแรกได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ คนที่สองชื่อนายเอกชัย โทปะ อายุ 19 ปี และ ด.ช.เอกราชเป็นลูกคนเล็ก จากคำให้การของชาวบ้านทราบต่อมาว่านายพันธ์ ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับประสาทมานานกว่า 10 ปี ต้องทานยาจิตเวชเป็นประจำ บางครั้งก็มีอาการคลุ้มคลั่งทุบตีลูกเมียทำลายข้าวของ จนต้องนำตัวไปรักษาอาการทางจิตที่โรงพยาบาลจิตเวชฯนครพนม ระยะหนึ่ง จนอาการดีขึ้นแพทย์จึงอนุญาตให้กลับมาอยู่กับครอบครัว โดยกำชับให้ทานยาอย่างต่อเนื่องห้ามขาด