ผลจากการชนะในมิชิแกน ทำให้เสียงของคณะผู้เลือกตั้งของไบเดนขยับมาอยู่ที่ 248 ต่อ 214 เสียง หรือบางสำนัก ก็ให้อยู่ที่ 253 ต่อ 213 ซึ่งก็ถือว่าเข้าใกล้กับชัยชนะมากแล้ว
ซึ่งไบเดนก็ออกมาอัพเดทสถานการณ์ โดยที่ยังไม่ได้ประกาศชัยชนะว่า เขาเข้าใกล้ตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว หลังจากที่ค่ำคืนที่ยาวนานของการนับคะแนน ตอนนี้มันชัดเจนแล้ว และที่เขาออกมาพูดในครั้งนี้ ไม่ได้มาประกาศชัยชนะ แต่มาเพื่อรายงาน และเมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้น เขาก็เชื่อว่าเขาจะเป็นผู้ชนะ
แต่ไบเดนก็ยังไม่สามารถครอบครองเสียง 270 เสียงของคณะผู้เลือกตั้งที่จำเป็นต่อการชนะการเลือกตั้ง และส่วนต่างของเสียงโหวตในรัฐที่เหลือ ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดก็สูสีอย่างมาก
อย่างสำนักข่าวเอพี ให้ไบเดนชนะในผลการเลือกตั้งนรัฐวิสคอนซิน หลังจากเจ้าหน้าที่เลือกตั้งของรัฐบอกว่ามีการนับบัตรลงคะแนนแทบจะทั้งหมดแล้ว เหลืออีกแค่ 2 - 3 ร้อยใบในเมืองเล็ก และพวกที่ตกค้างอีกนิดหน่อยแต่ฝ่ายหาเสียงของทรัมป์ ก็จะขอให้นับใหม่ทั้งหมด หลังจากเห็นว่าไบเดนนำอยู่แค่ 0.624 เปอร์เซ็นต์ จากบัตรลงคะแนนเกือบ 3 ล้าน 3 แสนใบ
ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้ตัวผู้ชนะการเลือกตั้งเมื่อไหร่ หรือเร็วขนาดไหน
ผู้จัดการฝ่ายหาเสียงของทรัมป์บอกว่าประธานาธิบดีจะขอให้มีการนับคะแนนในวิสคอนซินใหม่อย่างเป็นทางการ โดยอ้างถึง "ความผิดปกติในหลายเค้าตี้ของวิสคอนซิน" และฝ่ายหาเสียงได้ยื่นฟ้องในมิชิแกนเพื่อขอให้หยุดการนับคะแนน เนื่องจากยืนยันว่าพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงการสังเกตการเปิดบัตรลงคะแนนและขั้นตอนการนับคะแนน
ในเวลาเดียวกัน ก็ยังคงมีการนับคะแนนเสียงอีกเป็นแสน ๆ ในเพนซิลเวเนีย
ส่วนต่างของคะแนนในรัฐต่าง ๆ ทั่วประเทศนั้นสูสีมาก เมื่อผู้สมัครพยายามที่จะชนะในรัฐสมรภูมิ ทรัมป์ชนะในฟลอริดาซึ่งเป็นรัฐสวิงสเตทที่ใหญ่ที่สุด ขณะที่ไบเดน ก็ไปได้รัฐอะริโซนา ซึ่งเป็นรัฐที่โหวตให้รีพับลิกันอย่างเหนียวแน่นในการเลือกตั้งหลายครั้งหลัง ๆ มานี้
การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังไม่ได้ข้อสรุปนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่พรรคเดโมแครตก้าวเข้าสู่ค่ำคืนของการเลือกตั้งด้วยความมั่นใจ ซึ่งก็ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องของไบเดน แต่ยังรวมถึงโอกาสของพรรคในการเข้าควบคุมวุฒิสภาด้วย แต่รีพับลิกันก็สามารถยึดหลายที่นั่งที่ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงที่จะเสียไป ซึ่งก็รวมถึงในไอโอวา เท็กซัส เมน และแคนซัส ขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตที่ผิดหวังบ้างที่เสียที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรแต่ก็คาดว่าจะยังคงคุมที่นั่นต่อไปได้
การเลือกตั้งที่มีเดิมพันสูงนี้ จัดขึ้นโดยมีฉากหลังเป็นโรคระบาดครั้งประวัติศาสตร์ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปมากกว่า 232,000 ราย และกวาดตำแหน่งงานไปหลายล้านตำแหน่ง ผู้สมัครทั้งสองคนใช้เวลาหลายเดือนในการผลักดันวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกันอย่างมากสำหรับอนาคตของประเทศ รวมถึงความยุติธรรมทางเชื้อชาติสีผิว และผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ตอบรับเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้โหวตล่วงหน้ามากกว่า 100 ล้านคน