พระครูวินัยธรสมคิด ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้รับโทรศัพท์จากหญิงไทย อายุประมาณ 35 ปี รายหนึ่งที่อ้างว่ามีสามีเป็นชาวต่างชาติ แต่กลับต่างประเทศไม่ได้เพราะติดช่วงโควิด 19 ว่าจะขอมาทำบุญให้ลูกที่เกิดแท้งระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งตอนนั้นอาตมาก็คิดว่าเขาน่าจะมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เด็กที่แท้ง จึงได้บอกให้มาทำที่วัด
จนกระทั่งหญิงสาวคนดังกล่าวเดินทางมาถึงวัดและเข้ามาในกุฎิ โดยหิ้วถุงใบดังกล่าวเข้ามาด้วยซึ่งภายในมีซากทารกที่ห้อด้วยขนหนูอยู่ภายในถุง อาตมาก็ตกใจจึงได้เรียกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกุฏิมาช่วยกันดู โดยหญิงคนดังกล่าวได้เล่าทั้งน้ำตาว่า ทารกคนนี้เป็นลูกของตนที่อุ้มท้องมาได้ประมาณ 4 เดือน 7 วัน และเมื่อช่วงสายของวันนี้ตนได้เกิดป่วยท้องจึงเข้าห้องน้ำ ในขณะที่ตนนั่งทำพาระกิจอยู่ในห้องน้ำทารกคนดังกล่าวได้เกิดไหลหลุดออกมา
ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะขอตัวไปซื้อของใช้เด็กอ่อนเพื่อนำมาถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้กับทารกน้อย ระหว่างนั้นลูกศิษย์และชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารกันว่าจะเผาศพเด็กโดยไม่มีที่มาที่ไปไม่ได้ ทำให้อาตมาไม่สบายใจจึงให้ลูกศิษย์เดินไปตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ตู้ยามใกล้มาวัดมาตรวจสอบ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวหญิงสาวแม่ของทารกรายนี้ไปตรวจร่างกายและรักษาตัวที่โรงพยาบาล สมุทรปราการ เนื่องจากมีอาการปวดท้องจากการแท้งลูก และมอบศพทารกคนดังกล่าวให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช หากพบว่าเป็นการแท้งเองโดยธรรมชาติ ก็ไม่มีความผิดทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามจะต้องรอการสอบสวนหญิงสาวคนดังกล่าวอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป