พล.ต.ต.สันทัด กล่าวต่อไปว่า ข่าวที่ออกมามีความคลาดเคลื่อน ไม่ได้ปล่อยให้ผู้ต้องหาลุกขึ้นไปดื่มน้ำ 2-3 รอบ ตามที่เป็นข่าว และขณะเกิดเหตุทาง ตร.ได้ล็อคกุญแจมือ แต่คนร้ายอาศัยทีเผลอและตั้งใจหาช่องทางจะหนีอยู่ เพราะคงรู้ตัวว่าโทษหนักจึงอาจเป็นแรงจูงใจให้หลบหนีไปโดยมีลูกชายมารอบรับ และได้จับกุมดำเนินคดีแล้ว และถือว่าเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ล่าสุดได้รายงานไปทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบแล้ว และขณะนี้ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบ ออกสืบสวนหาข่าวและติดตามเบาะแสอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้ประสานความร่วมมือกับครอบครัวญาติผู้ต้องหา และผู้นำท้องที่ในการชี้เบาะแส และหากผู้ใดให้ความช่วยเหลือ หรือให้ที่พักพิงจะมีความผิดตามกฎหมาย วันนี้ได้ประชุมติดตามเร่งรัดความคืบหน้าของผู้ต้องหาว่าหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ไหนและพยายามหาข้อมูลหลักฐานเชื่อมไปถึงกลุ่มเครือข่ายที่ให้การช่วยเหลือ ย้ำว่าเจ้าหน้าที่ ตร.ทำงานกันเต็มที่หามรุ่งหามค่ำไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะต้องตามจับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
ขณะที่ นายทรงศักดิ์ สังขาว นายก อบต.ในควน กล่าวว่า ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชนในเขตพื้นที่ พยายามหาทางติดต่อกับผู้ต้องหาเพื่อให้ติดต่อเข้ามามอบตัว ก็มีการคุยกับญาติผู้ต้องหา สำหรับผู้ต้องหานั้นเป็นคนในพื้นที่ ม.2 บ้านในควน ก่อนจะแยกไปมีครอบครัวในพื้นที่ ม.6 บ้านโคกทราย ต.โพรงจระเข้ ปกติเป็นคนที่เจอตัวได้ยาก
จากการตรวจสอบจากภาพกล้องวงจรปิดเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาได้ทำทีท่าเหมือนปวดท้องต่อหน้าพนักงานสอบสวน ก่อนจะขอทางพนักงานสอบสวนเพื่อเข้าห้องน้ำ จึงได้อาศัยจังหวะช่วงนั้นในการหลบหนี ซึ่งภายในห้องสอบสวนมีที่กั้นระหว่างผู้ต้องหาและพนักงานสอบสวนในช่วงป้องกันโควิด-19 จะทำให้ไม่สามารถจับผู้ต้องหาได้ทันที ก่อนที่ทางผู้ต้องหาได้วิ่งผ่านสนามหน้าโรงพัก แล้วเข้าไปยังข้างบ้านชาวบ้าน ก่อนจะหนีเข้าไปในสวนยาง ซึ่งได้ใช้จังหวะความมืดวิ่งกลับมายังถนนอีกรอบหนึ่ง ก่อนจะมีรถ จยย. ของลูกชายซึ่งได้นั่งรอที่ศาลาพักญาติมาจอดรับ และขับหลบหนีออกไป ก่อนจะไปทิ้งลูกชายไว้ริมถนน หลังจากนี้ตนคาดว่าน่าจะมีการมอบตัวแต่ไม่มั่นใจในห้วงเวลา จากกระแสข่าวน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่บนเทือกเขาบรรทัด