พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาร่างรายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย พ.ศ. 2562 แล้ว พบว่า สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยในภาพรวมยังมีพื้นที่ถูกกัดเซาะในหลายพื้นที่ ระยะทางรวมกว่า 91.69 กิโลเมตร โดยจังหวัดที่มีปัญหามาก ได้แก่ จังหวัดสงขลาและปัตตานี ซึ่งสาเหตุการเกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งนอกจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติและผลกระทบจากโครงสร้างเดิม ยังมีปัญหาในด้านการขาดการบูรณาการระหว่างงบประมาณและหน่วยงาน ซึ่งจะต้องเร่งผลักดันให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง รวมทั้ง ผลักดันให้หน่วยงานดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งตามหลักเกณฑ์ประกอบการจัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ในวันนี้ (4 พฤศจิกายน 2563) ได้พิจารณาร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับป่าชายเลนอนุรักษ์ตามมาตรา 18 จำนวน 4 ฉบับ และกฎกระทรวงเพื่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่าง กฎกระทรวงกำหนดเขตพื้นที่ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เป็นพื้นที่ใช้มาตรการในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พ.ศ. ... และร่าง กฎกระทรวงกำหนดเขตพื้นที่ตำบลลำแก่น ตำบลท้ายเหมือง ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง และตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ใช้มาตรการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พ.ศ. .... โดยร่างประกาศดังกล่าวจะต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายก่อนประกาศบังคับใช้ ต่อไป