เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม

04 พ.ย. 2563 | nisanath_kun

ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม

เชียงใหม่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน มอบหมายให้ผู้ว่าฯ จัดทำแผนแม่บทบริหารพื้นที่ม่อนแจ่ม แนะให้คำนึงถึง 5 ข้อ พัฒนาคุณภาพชีวิต รักษาธรรมชาติ ประชาชนมีรายได้สอดคล้องกับแผนแม่บท ทุกฝ่ายทำงานร่วมกัน และให้ประชาชนมีส่วนร่วม กำชับเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามหน้าที่แต่ห้ามรุนแรง ขณะที่ป่าไม้ เตรียมรื้อรีสอร์ท 30 ราย หลังเสร็จกระบวนการโต้แย้งสิทธิ ส่วน 82 ราย ให้เตรียมปรับพื้นที่ตามแผนแม่บท โดยจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) อ.เมือง จ.เชียงใหม่จัดประชุมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม (ม่อนแจ่ม และพื้นที่ใกล้เคียง ตำบลแม่แรม และ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่โดยมี พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายเจริญฤทธิ์สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวทัญญู ทิพยมณฑารองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พันโท เทพจิต วีณะคุปต์ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 4 นายศรัญญู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่นายกมล นวลใย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) นายสมบูรณ์ธีรบัณฑิตกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่นายวัน ม่วงมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว

ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม

พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ม่อนแจ่มประกอบกิจการเข้าข่ายมีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมเปลี่ยนมือเจ้าของ หรือขายกิจการให้นายทุนต่างชาติ ซึ่งผิดจากวัตถุประสงค์ที่ทางโครงการหลวงได้วางไว้เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ใช้ที่ดินทำเกษตรกรรมทดแทนการปลูกฝิ่น

ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม


สำหรับการพิสูจน์สิทธิในที่ดินทำกินว่าราษฎรอยู่อาศัยมาก่อนประกาศเขตป่า 2507 หรือก่อนการประกาศให้โครงการหลวงฯเข้ามาใช้พื้นที่ม่อนแจ่มนั้น ให้นำมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541และมติคณะรัฐมนตรี 11 พฤษภาคม 2542 ที่ให้นำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ 2545มาใช้ในการพิสูจน์สิทธิการครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดิน

ดังนั้นจึงต้องอาศัยทั้งการอ่านภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศและการสำรวจรับรองแนวเขตเมื่อปี 2552มาประกอบในการพิสูจน์สิทธิการทำประโยชน์ในแต่ละแปลง ซึ่งในชั้นนี้เชื่อว่าราษฎรกลุ่มนี้ไม่น่าจะมีหลักฐานที่เชื่อว่าจะได้สิทธิ์ในที่ดินบริเวณนี้

ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม

จึงขอเสนอว่า ให้จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมกันจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการบนพื้นที่ม่อนแจ่มเพื่อพัฒนาชุมชนและประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตและรายได้ที่ดีสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่มีคุณค่าโดยพึ่งพาซึ่งกันและกันและคงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ และให้ชุมชนม่อนแจ่มจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนมาดำเนินการทั้งเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อส่งเสริมระบบเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่โครงการหลวงหนองหอย ม่อนแจ่มให้ยั่งยืน

ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม

โดยได้มอบหมายให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคณะทำงานขึ้นมาวางแผนแม่บทร่วมกับชาวบ้าน กำหนดพื้นที่แบ่งโซนให้ชัดเจนพื้นที่ทางการเกษตรจะอยู่บริเวณไหน ที่พักอยู่บริเวณไหนเพื่อให้ตรงตามกับวัตถุประสงค์ของโครงการหลวงจากการประชุมเห็นภาพจากรายงานของป่าไม้ ระบุว่าตั้งแต่ปี 2560มีการสร้างสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้น เห็นว่าที่พักที่สร้างขึ้นมาเหมือนชุมชนแออัดเนื่องจากชาวบ้านสร้างขึ้นมาแบบไม่มีมาตรฐาน ไม่มีแบบแผน

ทั้งนี้ได้วางแนวทางให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หากจะมีที่พักในพื้นที่ม่อนแจ่มต้องจัดโซนกำหนดพื้นที่ใช้ชัดเจน ส่วนการจะนำ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เข้ามาบังคับใช้นั้น ไม่สามารถนำมาดำเนินการในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1เอ ได้

ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม


ขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึง 5 ข้อหลักใหญ่ คือ 1.มุ่งรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 2. มุ่งรักษาธรรมชาติป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ 3. คำนึงถึงรายได้ของประชาชนในพื้นที่ให้มีความเหมาะสมกับการดำเนินการตามแผนแม่บท 4. คณะทำงานที่จังหวัดแต่งตั้งต้องทำงานร่วมกับโครงการหลวงอย่างใกล้ชิด และ 5. ขอให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนแม่บทด้วย


ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม


อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังมีการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยที่พักที่ไม่ใช่อาคารแบบถาวร และเปลี่ยนแปลงได้ตามนวัตกรรมที่พัก เพื่อให้ที่พักลักษณะดังกล่าวได้มาตรฐาน ไม่เป็นอันตรายต่อผู้เข้าพัก ซึ่งหากกฎกระทรวงฉบับนี้ออกมาจะสามารถนำมาใช้กับพื้นที่ม่อนแจ่มได้ ซึ่งทางจังหวัดรับไปจัดทำแผน โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนในปัจจุบัน โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนบริหารจัดการ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร


ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม


ขณะเดียวกันทางประชาชนในพื้นที่ต้องทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอให้ทางผู้นำชุมชน ชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจ จากการรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ม่อนแจ่ม เห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่ประชาชนจะไปร้องเรียนในที่ต่างๆ เนื่องจากมีหลักฐานชี้ชัดว่ามีการกระทำความผิดจริง อย่างไรก็ตามได้ทำความเข้าใจกับหน่วยงานภาครัฐ ให้ดำเนินการไปตามหน้าที่แต่ต้องไม่รุนแรง ให้คำนึงถึงความโอบอ้อมอารี เพื่อสร้างความเข้าใจต่อกัน ให้เกิดบรรยากาศการให้ความร่วมมือ

ด้าน นายกมล นวลใย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางป่าไม้ได้ลงพื้นที่แจ้งเตือนชาวบ้านที่ประกอบการด้านที่พักในพื้นที่ม่อนแจ่มมาโดยตลอด แต่มีการบุกรุกเพิ่มเติมมาอย่างต่อเนื่อง และมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ผ่อนผันให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ไม่ใช่เป็นพื้นที่ครองครองตามประมวลกฎหมายที่ดินดังนั้นผู้ครองครอบพื้นที่จึงไม่มีสิทธิในการซื้อขายจ่ายโอนที่ดินที่ครอบครอง


ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม

นอกจากนั้นยังตรวจพบการการครอบครองในลักษณะนอมินี จึงได้ดำเนินคดีไปทั้งสิ้น 30 ราย ส่วน 82 ราย ตรวจพบว่าครอบครองในชื่อเดิม แต่อาจจะมีการประกอบกิจการที่เกินพื้นที่ที่ครอบครองไปบางส่วน ซึ่งได้นำเรื่องเข้าคณะกรรมการจังหวัด และได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวปรับพื้นที่ให้ตรงตามพื้นที่ที่ครอบครองอยู่เดิม โดยทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในการแจ้งเตือน



ผู้ตรวจการฯแนะ5ข้อทำแผนแก้ปัญหาม่อนแจ่ม

ดังนั้นกลุ่มที่เข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่า จำนวน 82 ราย ต้องปรับให้เข้าสู่กระบวนการใช้พื้นที่ตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 ส่วนจะต้องดำเนินการอย่างไร ต้องรอให้แผนแม่บทดำเนินการแล้วเสร็จ โดยกรอบระยะเวลาจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ต้องให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม

ส่วนอีก 30 ราย เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี อยู่ระหว่างการดำเนินการตามวิธีทางการปกครองให้มีการโต้แย้ง ซึ่งขณะนี้มีการโต้แย้งทุกราย หากดำเนินการตามกระบวนการเสร็จสิ้น และไม่มีการรื้อถอนทางเจ้าหน้าที่จะเข้าทำการรื้อถอนเอง หลังจากนั้นทางป่าไม้จะนำพื้นที่ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู ผู้ครอบครองเดิมไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ได้อีก ขอยืนยันว่าไม่มีการใช้อำนาจในทางไม่ชอบดำเนินการกับชาวบ้านเลย

ข่าวล่าสุด