รายการ "
เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20 - 15.00 น.ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (2 พ.ย.) "ดร.เสรี วงษ์มณฑา" สัมภาษณ์ "ณัชปกร นามเมือง" เจ้าหน้าที่
iLaw และ "เกียรติวงศ์ สงบ" ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม
ไทยภักดี ประเด็นม็อบสองฝ่ายที่กำลังเกิดขึ้น คิดว่าในอนาคตจะมีโอกาสเกิดม็อบชนม็อบหรือไม่ และวิธีแก้ปัญหา ควรทำอย่างไร
คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง?
ณัชปกร : "น่าเป็นห่วงอยู่นะครับ เพราะวิกฤตความขัดแย้งดูจะไม่คลี่คลาย เพราะข้อเรียกร้องฝั่งผู้ชุมนุมดูจะไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขอให้นายกฯ ลาออก เรื่องแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ชัดเจน แม้จะกำหนดการประชุมแต่ก็ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะเดินหน้าไปสู่การแก้ไขกันจริงๆ ประเด็นสำคัญที่น่ากังวลคือความไม่เป็นธรรมที่เกิดกับผู้ชุมนุม เพราะมีการใช้กฎหมายที่เกินกว่าเหตุและมีการใช้สลายการชุมนุมที่เป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถ้ามองในหลักสากล ผู้ชุมนุมก็ชุมนุมภายใต้กรอบสากล คือชุมนุมไม่ได้นำไปสู่ความรุนแรง จนไปกระทบความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือทำให้รัฐล้มเหลว"
เกียรติวงศ์ : "ในมุมมองประชาชนทั่วไปที่เขามอง ผมคิดว่าความรุนแรงมีหลายระดับ อย่างเขาอาจหมายความว่าต้องมีกำลังอาวุธมาถึงเป็นความรุนแรง แต่สำหรับผม การใช้ถ้อยคำอันหยาบคาย หรือหมิ่นหรือด่าในสิ่งที่เรารักหรือเคารพ ก็เป็นความรุนแรงระดับหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งเราก็เห็นได้ชัดในฝั่งม็อบคณะราษฎร ที่เขาอ้างว่าไม่ได้มีความรุนแรง ไม่ได้ใช้กำลังบ้าง แต่การที่เขาแสดงออกมา การแสดงละครล้อเลียน การเดินล้อเลียน การถือป้ายถือว่ารุนแรง สิ่งที่เขากำลังล้อเลียนคือสิ่งที่เรารัก เราคงไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรกับสิ่งที่เรารักในลักษณะแบบนั้น"
ถ้าเขาพูดเรื่องกฎหมายล่ะ เขาบอกว่าใช้กฎหมายไม่ถูกต้อง ใช้กฎหมายเกินเลย?
เกียรติวงศ์ : "แล้วต้องใช้เมื่อไหนล่ะครับ ในเมื่อการกระทำคุณชัดเจน ว่าคุณพยายามปลุกปั่น โดยภาพรวมคือหนึ่งเกิดความแตกแยก สองต่อต้านกฎหมายต่างๆ ไม่รับฟังกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยปกครองโดยนิติรัฐ ใช้กฎหมายปกครอง หากไม่ใช้กฎหมายในการดำเนินคดี แล้วจะใช้อะไรล่ะครับ"
ม็อบมาถูกทางมั้ย?
ณัชปกร : "ผมคิดว่ามันอาจมีการแสดงออกที่ทำให้เราไม่สบายใจ เพียงแต่ว่าต้องอยู่บนหลักการว่าการปกครองในหลักนิติรัฐ มาตรา 116 เจตนารมณ์คืออะไร คือยุยงปลุกปั่นให้คนแสดงออกที่ทำให้รัฐล้มเหลว คือการกระทบทำให้รัฐไม่สามารถปกครองได้ บริหารราชการแผ่นดินได้ ซึ่งผมว่าไม่ถึงขนาดนั้น การชุมนุมทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญครับ อาจกระทบสิทธิผู้ใช้ถนน แต่รัฐกำกับได้ เราสามารถอำนวยความสะดวกการจราจรได้ และการชุมนุมหลายที่ทั่วโลกกระทบสิทธิอยู่บ้าง"
ไม่กระทบความมั่นคงของประเทศ?
ณัชปกร : "ผมว่าไม่กระทบ และเราต้องเปิดใจคุยกัน อะไรที่เรารู้สึกไม่สบายใจ เราแลกเปลี่ยนกันได้"
เกียรติวงศ์ : "อะไรทำให้มั่นใจว่าไม่กระทบความมั่นคงในประเทศ ในเมื่อภาพลักษณ์ของม็อบที่ออกมา มุ่งตรงไปที่เสาหลักของประเทศชาติ นั่นคือสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณจะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนน้อยๆ แต่หลายๆ แกนนำที่พูดคุยบอกว่าเป็นปัจเฉกบุคคล คุณจะไปเอาความเห็นส่วนตัวมาพูดไม่ได้ แต่ปัจเฉกบุคคลของม็อบของคุณมันหลายคนที่แสดงออกในทิศทางเดียวกัน เช่นหมิ่่นพระเกียรติในหลวง ร.10 ปัจจุบันนี้ถ่อยไปมากกว่าเดิม ลามปามไปถึงในหลวง ร.9 พูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง เอาเฟกนิวส์มาพูด ใส่ร้ายพระองค์ท่าน แล้วคุณจะมาบอกว่านี่ไม่กระทบความมั่นคง ผมมั่นใจว่าความมั่นคงของคนไทย คือนอกจากรัฐบาลก็คือพระมหากษัติร์ย ม็อบมาถูกทางไม่ถูกทาง ดูคนที่มาร่วมชุมนุมหลังๆ"
มองว่าคนที่มาร่วมม็อบลดลงหรือเพิ่มขึ้น?
ณัชปกร : "ยอมรับแบบตรงไปตรงมา ว่าจำนวนคนลดลง ผมคิดว่าเป็นความเหนื่อย อย่าว่าแต่ผู้ชุมนุมเลยครับ แม้แต่ผู้สังเกตการณ์ หรือสื่อมวลชนก็ดี ก็เหนื่อยทั้งนั้น เพียงแต่ว่าอารมณ์และมวลความรู้สึกไม่ได้ลดลงเลย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด กรณีการจับกุมอายัดตัวคุณไมค์ คุณเพนกวิน แล้วมีกรณีข้อมูลที่เปิดเผยล่าสุดว่าตัวเขามีร่องรอยการทำร้ายร่างกายจริงๆ ผมคิดว่าไอ้แบบนี้เป็นชนวนของความขัดแย้งไม่รู้จบ ซึ่งต้องกลับมาที่เรื่องเดิม คุณจะจับก็จับให้ถูกต้องตามกฎหมาย มันมีวิธีแบบที่มีมนุษยธรรม อารยธรรม แล้วผมก็กลับมาเรื่องเดิมเข้าใจดีว่าหลายคนไม่สบายใจกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ผมคิดว่าเป็นปฏิกิริยาที่ตอบโต้กันไปมา ตราบใดก็ตามที่เราไม่สามารถพาคนมาคุยกันในที่แจ้งได้อย่างตรงไปตรงมา การเสียดสี สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น"
เชื่อว่าการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นจริง?
ณัชปกร : "ผมก็พิสูจน์ไม่ได้ เพียงแต่ตราบใดที่เรื่องนี้ไม่คลี่คลาย ว่าการจับกุมเกินกว่าเหตุเป็นยังไง ผมคิดว่ารัฐต้องมีหน้าที่คลี่คลาย เป็นคนกลาง ที่เชื่อถือได้ทั้งสองฝ่าย เข้ามาสอบสวนว่าทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า"