ในการสกัดอิทธิพลจีน ทรัมป์ชูนโยบาย "อินโด-แปซิฟิก" เน้นร่วมมือกับประเทศพันธมิตรอย่างอินเดีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขณะที่ในอาเซียน สหรัฐฯ ก็มุ่งเน้น 3 ประเด็นร้อน นำมาโจมตีจีน นั่นคือ เรื่องข้อพิพาท "ทะเลจีนใต้" ที่ยังมีการกระทบกระทั่งกันอยู่เนืองๆ, เรื่อง "เขื่อนแม่น้ำโขง" ที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่า จีนสร้างเขื่อนเพื่อควบคุมต้นน้ำ ทำให้ประเทศอาเซียนที่อยู่กลางน้ำกับปลายน้ำประสบภัยแล้งและกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ, และโครงการ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งรวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่สหรัฐฯ บอกว่า เป็น "กับดักหนี้" คุกคามอธิปไตยของประเทศอื่น แต่อาเซียนเองก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อยที่แรงกดดันเหล่านี้ดูเหมือนกับจะบังคับให้อาเซียนต้อง "เลือกข้าง"
อย่างไรก็ตาม สำหรับไทย อย่าลืมว่าทรัมป์คือผู้ที่ฟื้นความสัมพันธ์กับไทยให้กลับมาสู่ระดับปกติอีกครั้ง นับตั้งแต่ถูกลดระดับไปจากการรัฐประหารเมื่อปี 2557 และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ไทยคนแรกที่เยือนทำเนียบขาวในรอบกว่า 10 ปี