วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน ที่วัดพระเจดีย์แหลมสอ ตำบลหน้าเมือง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะได้พบปะกับประชาชนกว่า 500 ที่มารอรับคณะ ระหว่างเดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่ภาคใต้ 2-3 พฤศจิกายน ทั้งที่สุราษฏร์ธานี และ ภูเก็ตโดยในการพบปะประชาชนที่ อ.เกาะสมุย พล.อ. ประยุทธ์ ได้กล่าวว่าในการเดินทางมาที่ อ.เกาะสมุย เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 พร้อมที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้ ให้กลับมาคึกคัก โดยจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้
ประเทศไทยมีมาตรการที่สามารถควบคุมและดูแลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จนเป็นที่ยอมรับในระดับต้น ๆ ของโลก ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความร่วมมือของประชาชนทุกฝ่าย ที่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น รัฐบาลมีแนวทางบรรเทาผลกระทบ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 เช่น การสนับสนุนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เพื่อส่งเสริมการจ้างงานในระดับพื้นที่ ควบคู่ส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงานในภาพรวม ตลอดจนการวางรากฐานและผลักดันให้เศรษฐกิจปรับเปลี่ยนเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ทั้งการเยียวยาช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ลูกหนี้ SMEs และลูกหนี้ภาคธุรกิจ (Corporate) การเตรียมมาตรการรองรับการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะต่อไป มาตรการส่งเสริมการจ้างงาน มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย โครงการคนละครึ่ง ด้านการท่องเที่ยวว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น นักท่องเที่ยวจากจีน ที่แจ้งความประสงค์เดินทางเข้าประเทศไทยภายใต้ STV จากภูมิภาคต่าง ๆ แล้ว โดยมีสถานที่รองรับในการกักตัวเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด