2. นานมาแล้วตั้งแต่ประมาณมีนาคม 2559 มฤตยูจร(0) ดาวแห่งภัยอาเพศ-การปฏิวัติ-นักปฎิวัติ-ความล้ำเลิศหรือวิตถาร(เป็นได้ทั้งสองอย่าง)เดินอยู่ในราศีเมษทับลัคนาและพระอาทิตย์(๑) ดาวจิตใจและคนวัยรุ่น(พระอาทิตย์-ตัวแทนภพปุตตะ) ของเมืองผลคือนักปฎิวัติวัยรุ่นจึงซ่องสุมพลังกันเต็มเมือง ด้วยเครื่องมือสื่อสารอันล้ำสมัย (มฤตยูดวงเดิมดวงเมืองอยู่ในภพที่สาม-สหัชชะ) รอวันระเบิดคือ ครั้นตั้งแต่ประมาณ 10 กันยายน 2563 เป็นต้นมาดาวมฤตยูเริ่มเดินผิดปกติ หรือทางโหรเรียกวิกลคติแบบถอยหลัง หรือพักร การอยู่แต่ในโลกโซเชียลเสมือนจริงจึงพลิกพากันลงถนนชนิดเอาเป็นเอาตาย- ด่าจริง -ก้าวร้าวจริง จะเอาการปฏิวัติสยาม 2475 คืนมา(อาการดาวถอยหลัง) เช่นมาในนามคณะราษฎร 2563 เกณฑ์ดาวมฤตยูเดินถอยหลังนี้จะยาวไปถึงวันที่ 1 มกราคม 2564 จึงจะกลับมาเดินปกติจึงเชื่อว่านักปฏิวัติสยามย้อนอดีตทั้งหลายคงหาทางไปเรื่อย ๆจนถึงวันนั้น ก่อนจะกลับมาปฏิวัติแบบเดินหน้ากันต่อไป (ถึง 8 กรกฎาคม 2565)
3. เคราะห์ซ้ำกรรมการซัดวันเดียวกันนั้นคือ 10 กันยายน2563 พระราหูศรีจร(8) ย้ายจากราศีมิถุนที่ให้คุณดวงเมือง เข้าไปเดินในราศีพฤษภ-ทำให้ดวงเมืองแตกเป็นราหูค้นทรัพย์ ส่วนดีของพระราหูศรีจรที่นำหน้าลัคนาเมืองก็มี แต่ส่วนร้ายคือ คนบางส่วนถูกชักนำได้ง่ายแบบไม่มีสติ จากคนที่ต่างประเทศ(พระราหู)ชักนำ เกิดอาการของพระหูเต็มเมืองคือก้าวร้าว โหวกเหวก หยาบคาย ตะโกนด่า ไล่ล่าคนที่เห็นต่าง ใช้อารมณ์น้ำหน้าเหตุผล
4. ปรากฏการณ์หมูท้าชนราชสีห์ในเมืองเริ่มประมาณ 10 ตุลาคม 2563 (พระอังคารกาลกิณีจรเดินถอยหลังในราศีมีนทับพระราหูดวงเดิม) เช่นมีการท้าทายสถาบันชนิดที่คนเกิดหลังสงครามโลกไม่เคยเห็นมาก่อน เกณฑ์นี้จะเป็นไปถึงประมาณ28 ธันวาคม 2563
เมื่อเกณฑ์ร้ายหลายชนิดเกิดเมืองเช่นนี้ ต่อไปนี้คือการที่คาดว่าจะเป็นต่อไป
ก.หลังจากผลัดกันรุกไล่มานาน ครั้นเมื่อที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ประมาณเที่ยงวันพระเสาร์จร(7) กับพฤหัสบดีจร(5) กุมหรือร่วมกันสนิทองศา ทำให้เกิดเรื่องใหญ่คือการประกาศเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงของพลเอกประยุทธ จันทร์อาชานายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม เรียกร้องให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญให้หารือหาทางออกกันพร้อมกับการเริ่มเกิดของคนที่จงรักภักดีใส่เสื้อเหลืองที่เริ่มตั้งหลักได้(หลังจากพฤหัสบดีจรถูกล่ามานาน) เริ่มที่ชลบุรี-นราธิวาสและลามไปทั่วประเทศ
ข. ครั้นตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไปฝ่ายหัวหน้าดาวดีคือพระพฤหัสบดีจรจะเป็นฝ่ายค่อยๆ เดินล้ำหน้าฝ่ายหัวหน้าดาวร้ายคือพระเสาร์จร ยาวนานไปยี่สิบปีกว่าจะมาพันตูในลักษณะนี้อีกครั้ง (มีลักษณะอื่น)
ค. ผลของหัวหน้าดาวดีเริ่มนำหัวหน้าดาวร้ายนี้คาดว่าจะมีการค่อย ๆ นำมาตรการทางกฎหมาย-กระบวนการยุติธรรมมาใช้รับมือความขัดแย้งแบบหวังดี- เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ตามอาการของพฤหัสบดี อีกทั้งการเปิดหารือกันในรัฐสภาที่พฤหัสบดีเป็นตัวแทนอยู่ก็เป็นหนึ่งในอาการที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพียงแต่จะเห็นผลทันทีคงไม่ได้ ต้องรออาการดีขึ้นทุกองศาที่ดาวสองดวงนี้แยกจากกัน