เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคกล้าจะส่งผู้สมัครในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า สนามท้องถิ่นเรายังไม่ส่ง เพราะเรามุ่งไปที่สนามใหญ่ก่อน แม้จะไม่รู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในพรรคการเมืองหรือการกำหนดนโยบายต้องใช้เวลา
ดังนั้น ตนจึงลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะทำให้มีความพร้อมในการส่งผู้สมัครในทุกเขตเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพราะการเมืองมีความไม่แน่นอน เราจึงต้องทำตัวให้พร้อมโดยเร็ว หากรัฐบาลจะอยู่ครบเทอมก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะเราจะเวลาเตรียมตัว
ส่านการทำงานของรัฐบาล ยังมีหลายเรื่องน่าจะดีกว่า ทั้งการปฏิรูปที่ยังไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ ดังนั้น อยากเห็นรัฐบาลทำงานตอบสนองประชาชน ส่วนการตัดสินใจลาออกหรือไม่นั้น อยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพราะมีสิทธิ์ที่จะอยู่ต่อ หากอยู่ต่อ ก็อยากให้รับฟังปัญหาประชาชนด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ชุมนุมตั้งข้อเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคกล้ามีความชัดเจนว่าการปกครองต้องยืนอยู่บนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทุกคนเชื่อว่าระบอบนี้จะนำมาซึ่งความผาสุก ความเจริญของบ้านเมือง และความมั่นคงในอนาคตต่อไปของคนไทยทุกคน
หากมองย้อนกลับไปเราจะเห็นว่าทุกองค์กรและสถาบันที่สำคัญของประเทศมีการยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลง ตามความเหมาะสมของสถานการณ์มาโดยตลอด ที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดเสถียรภาพของประเทศตนเชื่อว่า ก็จะเป็นเช่นนั้นต่อไปเช่นเดียวกันกับสถาบันอื่น เช่น สถาบันตุลาการ และสถาบันการเมืองที่ต้องเปลี่ยนแปลงตามความต้องการและทัศนคติของประชาชนตามยุคสมัย ส่วนการชุมนุมถือเป็นสิทธิ์ชุมนุมตามกรอบของกฎหมาย แต่ต้องหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งจาก การใช้ความรุนแรงทุกฝ่าย และต้องไม่จาบจ้วงสถาบัน