ความเคลื่อนไหวของม็อบคณะราษฎรเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในการยื่นหนังสือเรียกร้องต่อสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย เพื่อบอกถึงสถานการณ์ปัญหาภายในประเทศไทย ที่กำลังเผชิญอยู่ ณ ปัจจุบัน ขณะเดียวกัน วันที่ 27 ต.ค. มวลชนอีกด้าน ก็ไปรวมตัวอยู่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อส่งเสียงความต้องการของกลุ่ม
แต่เมื่อจับสัญญาณการเคลื่อนไหวแต่ละฝ่าย ต่างเดินภายใต้ยุทธศาสตร์ตอบโต้ โดยผ่านชาติมหาอำนาจเป็นตัวกลาง เพื่อสะท้อนแนวคิดของตัวเอง แม้การเรียกร้องผ่านสถานทูตแต่ละประเทศ ประจำไทยนั้น จะไม่ใช่เรื่องใหม่นัก เพราะมีให้เห็นก่อนหน้าหลายชาติ
หากไล่เรียงยกตัวอย่างพอให้เห็นภาพเด่นชัด คงต้องย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2559 สภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ได้เข้ายื่นข้อเรียกร้องผ่านสถานทูตสหภาพเมียนมา ประจำประเทศไทย ต่อกรณีการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มชาวโรฮีนจา
หรือถ้าย้อนกลับไปอีก กรณี "วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์" ผู้ลี้ภัยการเมืองชาวไทย ทำให้กลุ่มนักเคลื่อนไหวการเมือง นัดรวมตัวหน้าสถานทูตกัมพูชา ประจำไทย เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2563 เพื่อเรียกร้องให้ตามหา จากกรณีปรากฏคลิปกลุ่มชายฉกรรจ์นำตัว "วันเฉลิม" ขึ้นรถ และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย