ด้าน นางเพ็ญจิตร เชื้อคำจันทร์ กำนัน ต.วังทอง กล่าวว่า ชาวบ้านบ้านโนนเมือง ได้รับสิทธิ์มากกว่าใครอยู่แล้ว มากกว่าคนใน 3 ตำบล คือ ต.บ้านม่วง ต.วังทอง ต.บ้านจันทน์ อีก ถ้าจะให้มาเป็นคณะกรรมการคำชะโนดคงเป็นไปไม่ได้ เพราะบางท่านไม่ได้รับการอบรมมา มีปัญหาการพูดจากับนักท่องเที่ยวอีก ชาวบ้านมองว่าคณะกรรมการคำชะโนด ที่เป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน มากินงบประมาณของคำชะโนด เราไม่ได้มากินงบประมาณ แต่เรามาทำงานให้เป็นระบบระเบียบ เขาคิดว่าคณะกรรมการที่เป็นอยู่ขณะนี้มากินงบประมาณของคำชะโนด ซึ่งมันไม่ใช่
ผู้ใหญ่บ้าน คนหนึ่ง กล่าวในที่ประชุมว่า ตอนนี้ใคร ๆ ก็อยากเป็นพราหมณ์ที่คำชะโนด ใครเป็นเพราะหน้าที่ทำให้รวย เราก็รับสมัครเข้ามา ขันธ์ห้า ขันครู ก็กลายเป็นขันรวย คณะกรรมการคำชะโนดก็คิดว่า เข้ามาเป็นวาระปีต่อปี หมดวาระแล้วเราก็ไม่ต่อให้ เพราะตอนนี้เราวางระบบป้องกันโควิด 19 เราก็ไม่ได้ให้พราหมณ์เข้าไปทำพิธีในศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ แต่ก็ให้พราหมณ์มาทำอยู่บริเวณลานบวงสรวง ตรงหน้าคำชะโนดก็ยังมีอยู่ พูดจากใจหากจะให้ชาวบ้านบ้านโนนเมืองบริหารคำชะโนดกันเอง คงมีปัญหากันแน่
ส่วนในเรื่องการคุกคาม ชรบ.นั้น พ.ต.อ.สมบัติ นาแถมพลอย ผกก.สภ.ดงเย็น ชี้แจงว่า คำชะโนดแต่ก่อนได้รับคำชมเชยมาจากภายนอกทั้งหมด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากพวกเราร้องเรียนกันเอง ในส่วนของตำรวจมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในด้านการจราจรและความปลอดภัย ฝากถึงทุกคนว่า เรื่องผลประโยชน์อย่าให้มันเกิดขึ้น ส่วนเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุกคาม ชรบ.นั้นไม่เป็นความจริง มี ชรบ.บางท่านพูดจากับนักท่องเที่ยวพูดจาหยาบคาย ทางตำรวจเราก็ตักเตือน แต่ไม่ใช่เป็นการคุกคาม
นายธวัชชัย ศรีทอง รอง ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังมีข่าวออกทางสื่อออนไลน์ ทาง นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี ทราบข่าวแล้ว เกิดความไม่สบายใจ จึงสั่งให้ตนลงมาร่วมประชุม เพื่อรับฟังปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น เบื้องต้นตนให้ทางนายอำเภอบ้านดุงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามประเด็นต่าง ๆ ที่มีการกล่าวหา และให้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารคำชะโนดโดยเร่งด่วน ซึ่งตนได้เดินทางมาร่วมรับฟังปัญหาประเด็นต่าง ๆ เช่น ผู้ร้องเรียนอยากให้เลิกระบบคัดกรอง ปรับเปลี่ยนหรือผ่อนปรนมากขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญที่เดินทางมาคำชะโนด เข้าไปสักการระเจ้าปู่และเจ้าย่าในเกาะคำชะโนดได้ทุกคน ซึ่งเรื่องนี้ในที่ประชุมยังคงยืนยันให้มีการคัดกรองเหมือนเดิม
"ระบบที่เราทำไว้ช่วงที่มีการผ่อนปรนเรื่องของโควิด-19 ให้เข้าสักการะเจ้าปู่และเจ้าย่า ที่มีการจองเข้าผ่านทางคิวอาร์โค๊ด ที่เราทำมาโดยตลอด และเข้าสักการะเป็นหมู่คณะไม่เกิน 50 คน ที่ระบบการจองคิวทางคิวอาร์โค๊ดยังใช้ได้ดี แต่ระยะหลังที่มีข้อมูลร้องเรียนว่า มีการเรียกรับเงินเพื่อลัดคิวเข้า ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ที่คณะกรรมการที่นายอำเภอตั้งขึ้น จะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงอีกว่ามีจริงหรือไม่ แต่ความจริงแล้วการเข้าไปในเกาะคำชะโนด นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจองผ่านคิวอาร์โค๊ด หรือผู้ที่วอร์คอินที่ไม่ได้จอง แต่มาลงทะเบียนหน้างาน เราก็ให้เข้าทั้งหมด"
รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นอื่น เช่น ที่มาของการนำไหว้ การขายของ จุดจอดรถ และเรื่องอื่น ๆ เราก็ได้ประชุมแก้ปัญหากัน ทั้งเรื่องสิทธิชุมชนว่าชุมชนมีส่วนร่วมหรือไม่ ซึ่งกรรมการฯทุกคนยืนยันว่า ชุมุชนทุกคนมีส่วนร่วมในการที่จะขายของ ขายหมากพลู ขายพานบายศรี ที่เราทำเป็นระบบอยู่แล้ว ยืนยันว่าสัปดาห์หน้ะเราจะมีการปรับเปลี่ยนจุดคัดกรองมาตั้งที่ศาลาโอทอป ที่เป็นแนวทางเดินยาว ที่จะสามารถมีที่นั่งรอมากขึ้น แถวยาวขึ้น คนที่มารอจะไม่ต้องนั่งในเต้นท์ให้ร้อน ซึ่งจะมีความสะดวกสบายขึ้น แต่ถึงจะย้ายจุดคัดกรอง จะมีการตรวจวัดไข้ด้วยเทอร์โมสแกนเหมือนเดิม
"ฉะนั้นเรื่องที่มาข่าวออกไป เมื่อมาดูรับฟังข้อเท็จจริงแล้ว มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เป็นข่าว เพราะทุกเรื่องเรามีการพูดคุยเคลียประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะมีการสื่อสารกันผิดบ้าง จนทำให้คิดไปเองว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ ตนขอยืนยันว่ากาสรเดินทางมากราบไหว้เจ้าปู้ศรีสุทโธและเจ้าย่าศรีปทุมมา ในเกาะคำชะโนด นักท่องเที้ยวและผู้แสวงบุญยังคงมาได้เหมือนเดิม แต่ขอความร้วมมือในการจองคิวผ่านระบบคิวอาร์โค๊ด ที่ต่อไปจะเพิ่มรอบและปริมาณคนเข้าไปสักการะให้มากขึ้น จากเดิมจองในระบบ 5,000 คนต่อวัน จะเพิ่มขึ้นตามที่มีนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญเดินทางมาประมาณ 8,000 ถึง 10,000 คนต่อวัน"