เมื่อดูเหตุผลข้อแรก เป็นการสร้างแนวร่วมในการชุมนุมและขับไล่รัฐบาล เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งมานานกว่า 6 ปีแล้ว ถ้าเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง ก็ยาวนานถึง 1 สมัยครึ่ง หรือสมัยละ 4 ปี ซึ่งขนาดรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ยังอยู่ได้แค่ 5 ปี ฉะนั้นย่อมมีประชาชนบางส่วนที่เบื่อหน่าย
ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ภาวะเศรษฐกิจมีปัญหา โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเทึ่ยว ทำให้มีคนตกงานและเดือดร้อนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็โทษรัฐบาล ฉะนั้นยุทธศาสตร์การไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จึงตอบโจทย์ในการสร้างแนวร่วมให้ขยายวงกว้างมาก
เหตุผลข้อสอง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ คือ "ก้างขวางคอ" ชิ้นใหญ่ หากจะเดินหน้าข้อเรียกร้องอื่นๆ ต่อไป ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบยกร่างใหม่ทั้งฉบับ และการปฏิรูปสถาบัน ซึ่่งดูจากท่าทีของม็อบและฝ่ายการเมืองบางคนแล้ว น่าจะไปไกลกว่าการปฏิรูปสถาบันอย่างที่พูดกัน แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ ก็จะทำให้การขับเคลื่อนประเด็นตามข้อเรียกร้องเหล่านี้เป็นไปได้ยาก และยังมี ส.ว. หรือ สมาชิกวุฒิสภาที่ยังไม่ถูกปิดสวิตช์ด้วย ซึ่งถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ส.ว.จะเสียงแตก เหมือนถูกปิดสวิตช์ไปโดยปริยาย