อสส. ออกหนังสือสั่งอัยการทั่วประเทศ ยุติคดีการเมืองปี 48-68 ตาม พ.ร.บ.สันติสุข
20 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

อสส. ลงนามสั่งอัยการทั่วประเทศยึดแนวปฏิบัติ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เคลียร์คดีการเมืองปี 48-68 "ออกคำสั่งยุติ-ถอนฟ้อง-ถอนหมายจับ"
ข่าว
20 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

อสส. ลงนามสั่งอัยการทั่วประเทศยึดแนวปฏิบัติ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เคลียร์คดีการเมืองปี 48-68 "ออกคำสั่งยุติ-ถอนฟ้อง-ถอนหมายจับ"
KEY
POINTS
20 ตุลาคม 2569 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ระบุว่า ผลสืบเนื่องจากการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่มีหนังสือถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายหลังผมได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด โดยมีโฆษกและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นตัวแทนรับเรื่อง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ร้องขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดวางแนวปฏิบัติของพนักงานอัยการ ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และลดบาดแผลจากความขัดแย้งทางการเมือง
วันนี้ ท่านอัยการสูงสุด นายโกวิท ศรีไพโรจน์ ได้ลงนามในหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(พก2)/ว385 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 กำหนดวิธีดำเนินการกับคดีที่เข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 สาระสำคัญมีดังนี้
1. ให้อัยการตรวจคดีในความรับผิดชอบโดยเร็ว
ตามที่หนังสือระบุ ต้องตรวจว่าเป็นการกระทำระหว่าง 1 มกราคม 2548 ถึง 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเกี่ยวกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง มีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง และเป็นฐานความผิดในบัญชีท้ายกฎหมายหรือฐานความผิดที่เกี่ยวพันกันหรือไม่
จุดสำคัญคือ ต้องพิจารณาพฤติการณ์และข้อเท็จจริงด้วย ไม่ดูเพียงชื่อข้อหาในสำนวน
2. วิธีดำเนินการแตกต่างตามขั้นตอนของคดี
2.1 คดีอยู่ในชั้นอัยการ หากเข้าเกณฑ์ ให้ออกคำสั่งยุติการดำเนินคดี
2.2 คดีที่สั่งฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล ให้ยุติการฟ้อง รวมถึงสำนวนที่ยังเรียกหรือจับตัวผู้ต้องหาไม่ได้
2.3 คดีที่มีหมายจับ ให้แจ้งผู้ต้องหา และให้พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายจับต่อศาล
2.4 คดีที่ถูกควบคุมตัว ฝากขัง หรือมีมาตรการจำกัดสิทธิ ให้เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อมิให้จำกัดสิทธิเกินกว่ากฎหมายอนุญาต
2.5 คดีที่ฟ้องศาลชั้นต้นแล้ว ให้อัยการยื่นคำแถลงโดยเร็ว เพื่อให้ศาลพิจารณายุติการพิจารณาและจำหน่ายคดี
2.6 คดีที่อยู่ชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ให้อัยการดำเนินการยุติคดีหรือยื่นคำแถลงต่อศาลตามสถานะของคดี
3. คดีแพ่งที่รัฐเรียกค่าเสียหายมีขั้นตอนเฉพาะ
* คดีที่ยังอยู่ระหว่างอัยการพิจารณา: หากผู้ถูกดำเนินคดีได้รับสิทธิตามมาตรา 7 ให้ยุติการดำเนินคดีและส่งเรื่องคืนหน่วยงานตัวความ
* คดีที่ฟ้องศาลแล้ว: ให้แจ้งหน่วยงานรัฐที่เป็นตัวความส่งเรื่องให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขวินิจฉัย เมื่อได้รับผลแล้วจึงดำเนินการขอยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดี รวมถึงขอคืนค่าขึ้นศาลเป็นกรณีพิเศษ
4. หากข้อเท็จจริงยังไม่ชัด ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมโดยไม่ล่าช้า
อัยการสามารถสั่งสอบสวนเพิ่มเติมหรือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ แต่ต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้ถูกดำเนินคดี และไม่ทำให้ล่าช้าโดยไม่จำเป็น
ขอขอบคุณท่านอัยการสูงสุดและพนักงานอัยการทุกท่าน ที่กรุณาสนองตอบและกำหนดแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน อันจะส่งผลให้การดำเนินการตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขบรรลุผลอย่างราบรื่นและรวดเร็ว
หลังจากนี้ยังมีการไต่สวนและดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ อีกหลายคดี หนังสือฉบับนี้ถือเป็นความคืบหน้าอย่างสำคัญอีกขั้นหนึ่งครับ