รมว.ยุติธรรม บอกว่า การทำงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ทุกกระทรวงทำงานร่วมกันเพื่อให้งานออกมามีประสิทธิภาพ การจับกุมและยึดไม้ในครั้งนี้เป็นการขยายผลยึดทรัพย์จากคดียาเสพติด โดยไม้ที่ยึดมาได้เหล่านี้จะนำไปใช้ประโยชน์กับทางราชการ โดย กรมป่าไม้ ได้ทำ MOU ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ เพื่อนำไม้ไปให้นักโทษใช้ในการฝึกอาชีพ นำไม้ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณท์ต่างๆ ทั้งนี้หากหน่วยงานราชการอื่นๆ ต้องการนำไม้เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ สามารถทำหนังสือถึงกรมป่าไม้ได้เช่นกัน ซึ่งจะมีคณะกรรมการดูแลนายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงการจับกุมในคดีสำคัญระหว่างวันที่ 1-20 ต.ค.2563 ว่า มีการจับกุมคดีสำคัญ 7,059 คดี ผู้ต้องหา 7,378 คน โดยยึด ยาบ้า 10 ล้านกว่าเม็ด ไอซ์ 996 กิโลกรัม เฮโรอีน 401.53 กิโลกรัม กัญชา 8.99 กิโลกรัม และคีตามีน 200 กิโลกรัม และยังขยายผลอายัดทรัพย์สินเพิ่มได้อีก 51 ราย เป็นเงินกว่า 15 ล้านบาทเศษ โดยจำแนกเป็นกลุ่มเครือข่ายสำคัญ 6 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายชาวเขาและชนกลุ่มน้อย 4 คดี เครือข่ายพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 คดี เครือข่าย กทม.และปริมณฑล 4 คดี พื้นที่ภาคใต้ 3 คดี เจ้าหน้าที่รัฐ 1 คดี และเครือข่ายระหว่างประเทศ 2 คดี โดยมีคดีที่น่าสนใจ เช่น วันที่ 12 ต.ค. ป.ป.ส. จับกุมผู้ต้องหา 1 คนในพื้นที่ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ยึดของกลางไอซ์ 500 กิโลกรัม และ วันที่ 13 ต.ค. อ.เมือง จ.หนองคาย จับผู้ต้องหา 1 ราย ยึดไอซ์ได้ 496 กิโลกรัม ยาบ้า 1.8 ล้านเม็ด