เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้บริหารควงผู้ค้ารายย่อย เคลียร์ "คำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย"

20 ต.ค. 2563 | sitthichai_nak

ผู้บริหารควงผู้ค้ารายย่อย เคลียร์ "คำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย"

"อัมพร สิงห์ไชย" ผู้บริหารธุรกิจจำหน่ายเครื่องอุปกรณ์แพทย์ จูงมือผู้ค้ารายย่อย เข้าเนขั่น ทีวี ชี้แจงคดีเบี้ยวคำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย เหตุมาตรการป้องกันแพร่ระบาดโควิดระบาด ส่งผลกระทบต่อการจัดส่งสินค้า ไม่เป็นไปตามกำหนดสั่งซื้อ ทราบดีเป็นข้อกังวลของลูกค้า แต่บริษัทพยายามแก้ปัญหาแล้ว กระทั่งภาวะวิกฤติโรคระบาดคลี่คลาย เคลียปัญหาได้ทุกรายทันตามสัญญา เหลือออเดอร์ 4 แสน ข้อมูลเหลือปรากฎตามสื่อ หวิดทำบริษัทพลาดคู่สัญญา 200 ล้าน

จากกรณี ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อัมพร สิงห์ไชยผู้บริหารธุรกิจจำหน่ายเครื่องทางการแพทย์ ย่านโชคชัย 4ในความผิดฐานฉ้อโกง หลังมีการติดต่อซื้อขายหน้ากากอนามัย มีการทำสัญญาว่าจะนำเข้าจากประเทศเวียดนาม ในราคาชิ้นละ 11.35 บาท จำนวน 35,000 บาท มูลค่าเกือบ 400,000 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่ส่งสินค้าตามที่ตกลงไว้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวปรากฎเป็นข่าวในเว็บไซต์ "เนชั่น ทีวี" เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันที่ 21 ต.ค.2563 น.ส.อัมพร สิงห์ไชยอายุ 44 ปี ผู้บริหารบริษัท สุขภาพดี อินเตอร์เทรด จำกัด และน.ส.จุฬารัตน์ (สงวนนามสกุล อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ผู้ค้ารายย่อยที่ปรากฎข่าวดังกล่าว เดินทางมายังสถานีข่าวเนชั่น ทีวี พร้อมนำหนังสือการทำสัญญาของผู้ค้ารายอื่นที่ยังรอการเซ็นสัญญา รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีจากสถานีตำรวจ(สน.)ลาดพร้าว มาแสดงประกอบชี้แจงจากข้อเท็จจริง

ผู้บริหารควงผู้ค้ารายย่อย เคลียร์ "คำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย"

ผู้บริหารควงผู้ค้ารายย่อย เคลียร์ "คำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย"

"ตามคดีอาญาที่เกิดขึ้นระหว่างน.ส.อัมพร และน.ส.จุฬารัตน์ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2563 บัดนี้ ทั้งคู่ได้มาพบพนักงานสอบสวน ขอถอนคำร้องทุกข์ไม่ประสงค์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา บริษัท สุขภาพดี อินเตอร์เทรด จำกัดอีก เนื่องจากได้รับการชดใช้ความเสียหายจนเป็นที่พอใจแล้ว" มีการลงชื่อ น.ส.อัมพร และ น.ส.จุฬารัตน์ ต่อหน้าพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว

ผู้บริหารควงผู้ค้ารายย่อย เคลียร์ "คำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย"


น.ส.จุฬารัตน์ กล่าวว่า การแจ้งความที่เกิดขึ้นก็มาจากความรู้สึกกลัว เครียด ที่มองเห็นเงินจำนวน 4 แสนบาท ที่อุตส่าหะเก็บสะสมมาเริ่มลงทุนทำธุรกิจออนไลน์กำลังสูญไป และถึงแม้จะได้รับสินค้ามาขาย ก็ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ตามสัญญา

ผู้บริหารควงผู้ค้ารายย่อย เคลียร์ "คำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย"

ในฐานะผู้ค้ารายย่อยเราจึงเลือกซื้อหน้ากากอนามัย ผ่านช่องทางเฟซบุ๊คของกลุ่มที่ค้าสินค้าประเภทเดียวกัน โดยเริิ่มติดต่อผู้ค้ารายย่อย ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. ผ่านการพูดคุย เลือกแบบ ต่อรองราคา แต่เนื่องจากผู้ค้ารายนี้ไม่สามารถจัดหาหน้ากากอนามัยในแบบและราคาที่ต้องการได้ จึงได้แนะนำ "บริษัท สุขภาพดี อินเตอร์เทรด จำกัด" ที่มีน.ส.อัมพร เป็นผู้บริหารให้มาเป็นคู่ค้าแทน การติดต่อก็ลุล่วงไปด้วยดี มีการทยอยจ่ายเงินมัดจำ นัดเซ็นสัญญา และจ่ายเงินที่เหลือจนครบ 4 แสนบาท ในช่วงวันที่ 15 มี.ค. เพื่อรอรับสินค้าที่มีหนังสือสัญญาที่ได้กำหนดเงื่อนไขต่างๆ ไว้อย่างชัดเจนด้าน น.ส.อัมพร กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ยังมีผู้ค้ารายย่อยอีกอย่างน้อย 2 รายที่เราได้รับคำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย ทั้งจำนวน 42,500 ชิ้น ในราคารวม 552,500 บาท และจำนวน 1 ล้านชิ้น ในราคา 15,000,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทำให้การจัดส่งสินค้าไม่เป็นไปตามสัญญา ซึ่งทั้ง 2 ผู้ค้ารายย่อยนี้ก็เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทางบริษัทฯ เช่นกัน
บริษัท สุขภาพดีฯ มีสินค้าจำหน่ายมากมาย ที่เป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ มีการสต๊อกสินค้าในประเทศไทยพร้อมจัดส่งให้กับลูกค้าได้ทันที แต่หน้ากากอนามัย ไม่มีการสต๊อกสินค้าไว้ในประเทศไทย เนื่องจากเป็นสินค้าประเภท Rush Product ที่มีีความต้องการเพิ่มอย่างรวดเร็วในช่วงโควิด ทางบริษัฯเองก็มีเครือข่ายธุรกิจในประเทศเวียดนาม ที่สามารถจัดหาสินค้าที่หลากหลาย ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด และเราจึงเห็นเป็นโอกาส ในการรับจัดจำหน่ายสินค้าตามคำสั่งซื้อ แต่เราก็มาเจอทางตันจากที่ทุกประเทศ กำหนดปิดประเทศ หรือมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
ทางบริษัทฯ เองก็พยายามสื่อสารกับผู้ค้า และหาช่องทางต่างๆ เพื่อแก้ปัญหา ทั้งการหาสินค้าอื่นมาทดแทน หรือการชดใช้ความเสียหาย

น.ส.อัมพร เมื่อเวลาผ่านพ้นไป ภาวะวิกฤติโควิดเริ่มคลี่คลาย ทำให้บริษัทสามารถดำเนินการได้ตามสัญญาจนผู้ค้าต่างๆ ได้รับความพึงพอใจ เหลือเพียงกรณีของ น.ส.จุฬารัตน์ ที่ต่างจากรายอื่น เนื่องจากข้อมูลการแจ้งดำเนินคดี โชว์ในเว็บไซต์ของสื่อมวลชน ทำให้ "บริษัท สุขภาพดี อินเตอร์เทรด จำกัด" กลายเป็นธุรกิจที่มีประวัติฉ้อโกง ไม่เป็นที่ยอมรับขององค์กรธุรกิจทั้งหลาย ส่งผลกระทบต่อการทำสัญญาที่มีการเจรจากันไว้แล้ว และสัญญาแต่ละฉบับมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต้องหยุดชะงัก
ผู้บริหาร บริษัท สุขภาพดีฯ กล่าวฝากให้ข้อคิดกับผู้ค้ารายย่อย ประการแรก การประกอบธุรกิจก็คือการลงทุนที่มีความเสี่ยงแฝง ฉะนั้น จงเตรียมแผนบริหารให้พร้อมสำหรับการแก้ปัญหา แต่ไม่ได้หมายความถึงการแจ้งความคดี ประการที่สอง ข้อมูลข่าวสาร ควรเปิดรับจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ หรือควรเรียนรู้ว่าใครคือคนที่จะสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้

ผู้บริหารควงผู้ค้ารายย่อย เคลียร์ "คำสั่งซื้อหน้ากากอนามัย"


สุดท้ายการที่บริษัทฯถูกแจ้งดำเนินคดี ถือเป็นประสบการณ์ตรงที่อยากบอกไปถึงผู้ค้ารายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มค้าออนไลน์ พบอยู่บ่อยครั้ง คือ ไม่ค่อยรักษาสัญญาตามที่ตกลงกันไว้ ธรรมาภิบาลต่ำ ฉะนั้น การซื้อขายของกลุ่ควรทำสัญญา ที่สามารถระบุเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน และมันจะเป็นเอกสารที่สามารถ

ข่าวล่าสุด