นพ.จเด็จ กล่าวว่า ในส่วนของการสนับสนุนบริการเฉพาะทาง สปสช.ยังขับเคลื่อนเรื่องห้องฉุกเฉินคุณภาพ หรือ ER คุณภาพ เช่น กรณีมีผู้ป่วยที่ไม่ฉุกเฉินไปรับบริการแล้วถูกเรียกเก็บเงิน ขณะนี้ทาง สปสช.จ่ายชดเชยให้ 150 บาท/ครั้ง อีกเรื่องคือจ่ายสำหรับผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายและโรคหายาก หรือ rare disease ส่วนเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ ปีนี้กรมควบคุมโรคต้องการฉีดวัคซีนในเด็กที่อายุน้อยลง โดยเพิ่มการฉีดวัคซีน MMR หรือวัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน สำหรับอายุ 1 ปี 6 เดือน มีการขยายการคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรมไปยังหญิงตั้งครรภ์ทุกกลุ่มอายุ ขยายการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้แบบ Fit test ไปยังทุกสิทธิ และยังได้นำร่องยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อเอชไอวีหรือ PrEP และเพิ่มจำนวนถุงยางอนามัยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ถุงยางอนามัยแห่งชาติ ส่วนโรคไตวายเรื้อรัง จะเริ่มมีบริการล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (Automated Peritoneal Dialysis :APD) จากนั้นจะพัฒนาระบบการบริหารจัดการมารองรับในอนาคต ส่วนกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน ปรับเหมาจ่ายรายเคสผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นตามเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงในปี 2564 ในส่วนของค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับบริการปฐมภูมิก็มีอีกหลายรายการ ประกอบด้วยการผลักดันบริการร้านยาสุขภาพชุมชนทั้ง 3 โมเดล บริการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ไปยังผู้ป่วยที่บ้าน การจัดบริการ telehealth/telemedicine/ tele pharmacy บริการด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์และบริการด้านกายภาพบำบัด ตลอดจนบริการตรวจแล็บนอกหน่วยปฏิบัติการ