เนชั่นทีวี

ข่าว

"สาทิตย์" หนุนแก้วิกฤติการเมืองผ่านระบบรัฐสภา

19 ต.ค. 2563 | wikanda_khu

"สาทิตย์" หนุนแก้วิกฤติการเมืองผ่านระบบรัฐสภา

ตรัง - นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เขต2พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองผ่านระบบรัฐสภา มองประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติใหญ่3เรื่องคือ วิกฤติโควิด เศรษฐกิจ และการเมือง

(19ต.ค.63) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เขต2พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเป็นต่อสถานการณ์ทางการเมือง กรณีการออกมาชุมนุมเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา ที่ใช้ชื่อว่าตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ว่า ขณะนี้ไทยเรากำลังเผชิญกับวิกฤติทางเมืองอีกครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งโดยรวมไทยเราขณะนี้กำลังเผชิญกับวิกฤติใหญ่ทั้งหมด3ด้าน คือ1.วิกฤติโรคโควิดซึ่งขณะนี้ก็ยังต้องมีมาตราการป้องกัน 2.วิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด ที่ทำเศรษฐกิจติดลบ กระทบต่อหนี้ครัวเรือน กำลังซื้อของประชาชน และงบประมาณของรัฐ ซึ่งต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้มาช่วยพัฒนาประเทศ และ3.วิกฤติทางการเมือง ซึ่งวิกฤติทางการเมือง ส่งผลให้ และหน้าที่ของรัฐสภาที่จะช่วยกันฝ่าวิกฤติผ่านไปให้ได้ ทั้งนี้ วิกฤติโควิด ประชาชนช่วยกันอยู่แล้ว ส่วนวิกฤติเศรษฐกิจ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีบทบาทหลัก ส่วนวิกฤติทางการเมือง ส่วนตัวมองว่าทุกคนช่วยกันได้ ปัญหาวิกฤติการเมืองขณะนี้ เกิดจากการออกมาชุมนุมของนิสิต นักศึกษา แต่ขณะนี้ไม่ใช่จะมีแต่2กลุ่มนี้เท่านั้นแล้ว เพราะจากเหตุการณ์การชุมนุมล่าสุดเมื่อวานนี้ (18ต.ค.) เห็นชัดว่า มีกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ,ไม่พอใจ คสช. และไม่พอใจพรรคพลังประชารัฐ เข้ามาผสมโรงด้วยแล้ว 

"สาทิตย์" หนุนแก้วิกฤติการเมืองผ่านระบบรัฐสภา

โดยวิกฤติการเมืองขณะนี้ ฝ่ายรัฐสภาเสนอตัวออกมาแล้วว่า พร้อมจะเปิดเวทีพูดคุยหาทางออก คาดว่าพรุ่งนี้วันอังคารที่20ต.ค.ครม.คงหารือเรื่องนี้ แต่ประเด็นขณะนี้พบว่า รัฐบาล รัฐสภาพร้อมจะเปิดเวทีนี้ แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมไม่เคยพูดถึงเลย จึงไม่รู้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคิดอย่างไร ปัญหาขณะนี้คือ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีแกนนำ ทุกคนสามารถเป็นแกนนำได้ ฟังดูสวยหรู ดูดี แต่จะเข้าข่ายการเป็นอนาธิปไตย ซึ่งหมายถึงว่า ใครจะทำอะไรก็ได้ ซึ่งในระบอบประชาธิปไตย หากถึงเวลาจะต้องตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ จะใช้แนวคิดแบบอนาธิปไตยไม่ได้ ซึ่งข้อเรียกร้องต่างๆที่ออกมา ก็เห็นว่าไม่ชัดเจน ส่วนตัวจึงกังวลว่าการเปิดประชุมรัฐสภาซึ่งมีข้อดีแน่นอน ที่รัฐบาลจะต้องฟังความเห็นของ ส.ส.ด้วย แต่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีท่าทีอย่างไร หรือว่ารัฐสภาประชุมไป กลุ่มผู้ชุมนุมก็ชุมนุมไป ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ แนวทางการแก้ไขปัญหาผ่านรัฐสภา จะสำเร็จได้อย่างไร ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้ความร่วมมือเลย ปัญหาของกลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้ ไม่มีแกนนำ การเชื่อมต่อด้วยโชเชี่ยลมีเดีย  โอกาสที่จะรับฟังข้อมูลรอบด้านในโซเชี่ยลมีเดียไม่มีเลย แนวคิดการแก้ปัญหาของรัฐบาลจะผ่านไปถึงตัวกลุ่มผู้ชุมนุมได้อย่างไร เป็นปัญหามาก 
ดังนั้น โจทย์นี้คนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมก็ควรไปพูดคุยกัน จะใช้วิธีชุมนุมอย่างนี้ไปทุกวัน จนกว่าจะบรรลุตามที่ตัวเองต้องการ จะก่อให้เกิดผลกระทบสร้างความเสียหายมากมายแน่นอน ตนจึงขอเสนอให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปคุยกันให้ชัดถึงข้อเสนอ ส่วนข้อเสนอให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์นั้น เป็นข้อเสนอที่ขณะนี้เป็นไปไม่ได้เลย และคนส่วนใหญ่ของประเทศก็รับไม่ได้เลย และขณะนี้ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ประกาศตัวว่า เป็นกลุ่มปกป้องสถาบัน และได้ออกมาแสดงตัวแล้วเมื่อวันที่14ตุลาคม วันที่กลุ่มผู้ชุมนุมนิสิต นักศึกษา ป่วนขบวนรถเสด็จ กลุ่มดังกล่าวนี้ถือเป็นตัวแทนกลุ่มพลังเงียบของคนในประเทศด้วย 

"สาทิตย์" หนุนแก้วิกฤติการเมืองผ่านระบบรัฐสภา

ขณะนี้ยังได้แต่จับตามองอยู่ ยังไม่ได้เคลื่อนไหว ซึ่งหากกลุ่มดังกล่าวออกมาเคลื่อนไหวด้วย จะยิ่งทำให้ปัญหาซับซ้อนและแก้ยากยิ่งขึ้น จะกลายเป็นบาดแผลระยะยาว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ตนเองกังวลอยู่ ส่วนข้อเรียกร้องให้นายกประยุทธ์ ลาออก นั้น กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มองว่า มีลักษณะย้อนแย้งกับข้อเรียกร้องเดิมหรือไม่ เช่น เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องอาศัยรัฐสภา นายกลาออก ต้องมีการเลือกใหม่ เกิดตกลงกันไม่ได้ หรืออาจสู่การยุบสภา การแก้รัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้ ความต้องการให้มีการแก้ไขรัฐบาลธรรมนูญ ตัดอำนาจสว.นำประสู่ประชาธิปไตยมากกว่านี้ใช่มั๊ย ต้องไปดูที่เป้าประสงค์หลักของผู้ชุมนุม ต้องไปทบทวนข้อเรียกร้องกันมาให้ชัด ถ้าใช่ก็เดินสู่ขั้นตอน หรือตามข้อเรียกร้องอื่นๆก็สามารถทำได้ แต่ต้องมีเวลา เมือถึงเวลาหนึ่งเมื่อดำเนินการได้สำเร็จนายกก็ต้องออกไปอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายเป็นห่วง การที่ผู้ชุมนุมมีหลายกลุ่ม และไม่มีแกนนำ คุมกันไม่ได้ ปัญหาจะเกิดเช่นเดียวกับที่บางนา และไม่มีใครรับรองได้ว่าจะเกิดกับที่อื่นอีกหรือไม่ การใช้ถ้อยคำวาจา หยาบคาย ก้าวร้าว รุนแรงมาก ซึ่งความก้าวร้าวดังกล่าวจะไม่เกิดผลดีกับข้อเรียกร้อง ยิ่งทำให้เกิดอคติมันรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น1.กลุ่มผู้ชุมนุมต้องมีข้อเรียกร้องที่ชัดเจน และต้องมีตัวแทนกลุ่ม ในการนำเสนอข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการและติดต่อกับฝ่ายอื่นๆได้ และ2.ต้องลดท่าทีที่ก้าวร้าว และจาบจ้วงต่อสถาบันลง สถานการณ์ก็น่าจะคุยกันได้ และนำสู้การแก้ไขปัญหาได้

"สาทิตย์" หนุนแก้วิกฤติการเมืองผ่านระบบรัฐสภา

ข่าวล่าสุด