นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้วิพากษ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร2563จนกระทั่งมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า การชุมนุมของคณะราษฎร2563และประชาชนที่เดินทางมาเข้าร่วมเดินขบวน ปักหลักที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่14ตุลาคม 2563 จนถึงเช้าวันที่15ตุลาคม2563ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานครไปจนถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วงค่ำวันที่16ตุลาคม2563ที่ผ่านมาได้ถูกสื่อหลายสำนักทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ จับตามองและรายงานสถานการณ์ทางการเมืองของไทยอย่างต่อเนื่องจนสถานการณ์การชุมนุมก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้ ตราบใดที่ 3 ข้อเรียกร้องยังไม่บรรลุตามเป้าหมาย
ซึ่งสถานการณ์การชุมนุมยังคงนัดรวมตัวกันต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 แล้วเปลี่ยนรูปแบบเป็นการชุมนุมแบบดาวกระจายโดยไม่มีแกนนำที่ชัดเจน ใช้ช่องทางสื่อสารหลักทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างกัน ซึ่งมวลชนที่มาร่วมชุมนุมระยะหลัง จะมากันเองไม่มีแกนนำ และมากันในหลายๆ จุด โดยเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เมื่อมีสถานการณ์การขัดแย้งระหว่างการชุมนุม หรือมีการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน โอกาสที่จะเกิดการใช้อารมณ์และความรุนแรงในฝูงชน ย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย เหมือนเช่นเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อช่วงค่ำวันที่16ตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นการรวมตัวชุมนุมเป็นวันที่3ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คณะราษฎร2563"ทำให้การชุมนุมต้องยุติลงกลางคัน หลังกำลังตำรวจนับร้อยพร้อมรถฉีดน้ำแรงสูง ปฏิบัติการสลายผู้ชุมนุมที่มีทั้งเด็กและเยาวชนจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้มีผู้ถูกจับกุมนับร้อย